พอกันที ´´ซูอี้´´...สำหรับ ´´สาลิกาดง´´

และแล้วเสียงกรี๊ดแสดงความดีใจสุดขีดก็ดังกระหึ่มแถบถิ่นภาคอีสานของเกาะอังกฤษ เมื่อความฝันของสาวก เดอะ แม็กพายส์ เป็นจริงอย่างได้หวังไว้ เมื่อบอร์ดบริหารของ สาลิกาดง นิวคาสเซิ่ล จัดการถีบ แกรม ซูเนสส์ กระเด็นจากเก้าอี้ผู้จัดการทีมเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากไม่อยากเห็นสโมสรอันเป็นที่รัก ต้องไปดิ้นรนหนีการตกชั้นในช่วงท้ายฤดูกาล


ก่อนหน้านั้นข่าวลือเรื่องยุทธการโค่นเก้าอี้ผู้จัดการทีมของ ซูอี้ เริ่มมีมาเป็นระยะๆแล้ว เนื่องจากผลงานการลงสนามของพลพรรค สาลิกาดง ภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือหน้าหนวดหินรายนี้ ถือได้ว่าย่ำแย่ที่สุดของสโมสรเลยก็ว่าได้

โดยมีรายงานข่าวว่ากุนซือชาวสกอตต์ถูก เฟร็ดดี้ เชพเพิร์ด ประธานสโมสร เรียกตัวไปพบเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 23 ม.ค. 2549 หลังนำทีมพ่าย กุหลาบไฟ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 0-1 คารังเซนต์ เจมส์ ปาร์ก เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ม.ค. 2549

แต่ชะตาของ ซูเนสต์ ก็ยังไม่ถึงฆาต เมื่อ สาลิกาดง ออกโรงมายืนยันว่ายังจะไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมในเวลานี้แน่นอน หลังสื่อเคยกระพือว่ามีโอกาสโดนเด้งสูง หลังทำผลงานย่ำแย่ แต่จากการประชุมผู้บริหารถิ่นเซนต์ เจมส์ ปาร์ก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผลปรากฎว่าบอร์ดยังมีมติสนับสนุนการทำงานของ แกรม ซูเนสส์ กุนซือหน้าหนา และจะให้โอกาสพิสูจน์ฝีมือต่อไป


โดย เฟร็ดดี้ เชพเพิร์ด ประธานสโมสร เผยหลังการประชุม ซึ่งใช้เวลาเพียง 10 นาที ว่าบอร์ดยังมีความเชื่อใจในการทำงานของ ซูเนสส์ ดังนั้นจะยังให้โอกาสพิสูจน์ฝีมือในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 4 ที่จะเตะกับ เชลเท่นแฮม กระนั้นมีติในที่ประชุมอาจมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง หากไม่สามารถทุบเอาชนะคู่แข่งในเกมนัดหน้าได้ก็ตาม

แต่จนแล้วจนรอด ซูเนสต์ ก็ยังได้ต่อลมหายใจอีกเฮือก เมื่อเขาสามารถ พาพลพรรคนิวคาสเซิ่ล เอาชนะ เชลท์แน่ม ทาวน์ ทีมจากลีก ทู 2-0 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 ได้ แต่กระนั้นก็ไม่ทำให้สถานการณ์ของ ซูอี้ ดีขึ้น เนื่องจากปัจจุบันทีมมีฟอร์มการเล่นย่ำแย่ในศึกพรีเมียร์ชิพ จนมีกลุ่มแฟนบอลตะโกนขับไล่กุนซือชาวสกอตต์ออกจากตำแหน่ง หลังเกมที่แพ้ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 0-1 คารังเมื่อครั้งวันเสาร์ที่ 21 ม.ค. 2549 ที่ผ่านมา

และแล้วฟางเส้นสุดท้ายระหว่าง ซูอี้ กับ นิวคาสเซิ่ล ก็ขาดลงจนได้เมื่อสาลิกาดง ประกาศเสียงดังฟังชัดขอยกเลิกสัญญากับ ซูเนสส์ กุนซือแดนวิสกี้รายนี้เป็นที่เรียบร้อย โดยมีผลบังคับใช้ทันที หลังจากนำทีมบุกไปพ่าย เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบน่าอับอายขายหน้า 0-3 ที่สนามซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พร้อมกับหล่นไปรั้งอันดับ 15 ของตารางแล้ว




ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ ซูเนสต์ โดนเด้งออกจากตำแหน่ง

น่าจะมาจากพลังของกลุ่มแฟนบอล สาลิกาดง ที่พากันรวมตัวตะโกนว่า ซูเนสส์ ออกไป ส่งผลให้ เฟร็ดดี้ เชพเพิร์ด ประธานสโมสร ต้องตัดสินใจตะเพิดอดีตกุนซือ ลิเวอร์พูล และกลาสโกว์ เรนเจอร์ส ซึ่งมารับงานในถิ่น เซนต์ เจมส์ ปาร์ก เมื่อเดือน ก.ย. ปี 2004 ลงจากตำแหน่งในวันรุ่งขึ้นทันที


แถลงการณ์ของทีมดังภาคอีสานเมืองผู้ดี ระบุว่า สโมสร นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ขอประกาศว่า เราได้ยกเลิกสัญญาการว่าจ้าง แกรม ซูเนสส์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยมีผลบังคับใช้ทันที

ซึ่งหลังจากรู้ข่าวการถูกเด้งจาเก้าอี้ในครั้งนี้ แกรม ซูเนสส์ อดีตผู้จัดการทีมสดๆ ร้อนๆ ได้ออกมายอมรับว่า รู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่งที่โดนปลดออกจากตำแหน่ง หลังจากนำทีมบุกไปพ่าย เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบน่าอับอายขายหน้า 0-3 ส่งผลให้ทีมหล่นไปรั้งอันดับ 15 ของตารางแล้ว

ซูอี้ วัย 52 ปี ซึ่งมารับงานในถิ่น เซนต์ เจมส์ ปาร์ก ต่อจาก เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน เมื่อเดือน ก.ย. 2004 กล่าวว่า แน่นอนว่า ผมรู้สึกเศร้าอย่างมากที่สถานการณ์ในถิ่น เซนต์ เจมส์ ปาร์ก ต้องออกมาในรูปการแบบนี้ ผมมีความสุขกับการใช้ชีวิตและการทำงานให้สโมสร นิวคาสเซิ่ล ครอบครัวของผมและตัวผมรู้สึกอบอุ่นกับการต้อนรับของชาวจอร์ดี้ ผมหวังว่า สโมสร, นักเตะ และแฟนบอล จะโชคดีและพบกับความสำเร็จต่อไป

ซูเนสส์ นับเป็นผู้จัดการทีมคนที่ 2 ในศึกพรีเมียร์ชิพ ที่ต้องเสียเก้าอี้ในฤดูกาลนี้ หลังจาก อแล็ง แปร์แร็ง กุนซือชาวฝรั่งเศส แยกทางกับ ปอร์ทสมัธ เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ปีที่ผ่านมา


แฟกต์ไฟล์ แกรม ซูเนสส์

1953 - เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ เอดินบะระ
1969 - เซ็นสัญญาเป็นเด็กฝึกหัดของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์
1970 - เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับ สเปอร์ส แต่มีปัญหาคิดถึงบ้าน ก่อนย้ายกลับไปสกอตแลนด์ โดยที่ยังไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่
1973 - ย้ายมาค้าแข้งในอังกฤษกับ มิดเดิ้ลสโบรช์ ก่อนพัฒนาจนเป็นมิดฟิลด์ที่ครบเครื่องทั้งการปะทะและผ่านบอล จนนำทีมเลื่อนชั้นในฤดูกาล 1973-74 และลงเล่นให้สโมสรทั้งสิ้น 176 นัดด้วยกัน
1974 - ลงเล่นให้สกอตแลนด์เป็นนัดแรกในเกมชนะ เยอรมันตะวันออก 3-0 ที่แฮมป์เดน ปาร์ค
1978 - เซ็นสัญญากับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 350,000 ปอนด์ ก่อนนำทีมคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพสามสมัย แชมป์ลีกห้าสมัย และลงเล่นให้สโมสรทั้งสิ้น 247 นัดด้วยกัน ลงเล่นให้สกอตแลนด์ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย สองสมัยในปี 1978 และ 1982 แต่ไม่สามารถผ่านรอบแรกได้ทั้งสองครั้ง
1984 - ย้ายไปเล่นในอิตาลีกับ ซามพ์โดเรีย ด้วยค่าตัว 650,000 ปอนด์
1986 - ลงเล่นให้สกอตแลนด์เป็นนัดสุดท้ายในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายนัดที่พบกับเยอรมัน รวมทั้งสิ้น 54 นัด ย้ายจากอิตาลีกลับมาเล่นในสหราชอาณาจักรในฐานะผู้เล่น-ผู้จัดการทีมของ เรนเจอร์ส แต่ถูกไล่ออกตั้งแต่ 35 นาทีแรกที่ลงสนาม แต่นำทีมคว้าแชมป์ลีกสกอตต์ถึงสามสมัย
1991 - ย้ายมาทำหน้าที่ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ต่อจาก เคนนี่ ดัลกลิช
1992 - นำ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ แต่ระหว่างนั้นต้องเข้ารับการผ่าตัดบายพาสหัวใจถึงสามครั้ง
1993 - อำลาตำแหน่งที่ ลิเวอร์พูล หลังนำทีมมีผลงานย่ำแย่ที่สุดในรอบ 30 ปี
1995 - ย้ายไปรับงานในตุรกีกับ กาลาตาซาราย และนำทีมคว้าแชมป์เตอร์กิช คัพ ก่อนถูกไล่ออกหลังจบฤดูกาล
1996 - รับงานคุม เซาแธมป์ตัน ในเดือนกรกฎาคม
1997 - ลาออกจากการคุม เซาแธมป์ตัน ในเดือนพฤษภาคม ก่อนเซ็นสัญญาสองปีไปคุม โตริโน่ ใน เซเรีย บี ในเดือนมิถุนายน จากนั้นก็ย้ายไปคุม เบนฟิก้า ในโปรตุเกส เมื่อเดือนตุลาคม โดยเซ็นสัญญากันเป็นเวลาสามปี
1999 - ย้ายออกจาก เบนฟิก้า หลังไม่สามารถนำทีมผ่านเข้าไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
2000 - ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ผู้จัดการทีม แบลคเบิร์น โรเวอร์ส
2001 - นำทีมเลื่อนชั้นกลับมาเล่นในพรีเมียร์ชิพในฤดูกาลแรกที่รับตำแหน่ง
2002 - นำ แบล็คเบิร์น คว้าแชมป์ลีกคัพ
2004 - ลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมที่ แบล็คเบิร์น เพื่อไปรับงานคุม นิวคาสเซิ่ล ในเดือนกันยายน
2005 - นิวคาสเซิ่ล จบในอันดับที่ 14 นับเป็นผลงานที่แย่สุดนับแต่ลีกสูงสุดเปลี่ยนเป็นพรีเมียร์ลีก ขณะที่ในเอฟเอ คัพ ก็แพ้ต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-4 ในรอบรองชนะเลิศ
2006 - นำทีมแพ้เป็นนัดที่ 11 ของฤดูกาล ด้วยการถูก แมนฯ ซิตี้ ต้อน 0-3 ส่งผลให้อยู่ในอันดับ 15 ของตาราง และมีแต้มเหนือโซนตกชั้นเพียงแค่หกคะแนน ก่อนถูก นิวคาสเซิ่ล ปลดจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์


เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้