| |
 | | ยังยิงไม่ได้ ฟอร์มการเล่นก็ยังไม่เข้าฝัก |
|
|
จากผู้จัดการออน์ไลน์ครับ ข้ามมาในคืนวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม แม้จะต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานในวันรุ่งขึ้น แต่ว่าสาวก "เรด เดวิลส์" คงต้องส่งใจเชียร์ "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะต้องเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับมือ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในเวลา 21.00น.
แมนฯยู ออกสตาร์ทสุดหรูคว้าชัย 4 นัดรวด แต่ว่าการขาด ไรอัน กิ๊กส์ ปีกจอมเก๋าที่ได้รับบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ส่งผลกระทบอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อสะดุดใน 2 เกมหลังสุดพ่าย อาร์เซนอล คารัง 0-1 และต้องบุกไปไล่ตีเสมอ เรดดิ้ง 1-1 ทำให้ตอนนี้ตกมารั้งรองจ่าฝูงมี 13 คะแนนจาก 6 นัด
|
|
 | | สับไวจ่ายแม่นยิงคม เทพในตำนานของปีศาจแดงอยู่ไม่ไกลแล้ว |
|
|
อย่างไรก็ตามกำลังใจของ แมนฯยู ดีขึ้นเพราะเพิ่งคืนฟอร์มด้วยการบุกไปเฉือนชนะ เบนฟิก้า ถึง โปรตุเกส 1-0 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสอง แต่เกมพบกับ นิวคาสเซิล ก็จะยังไม่มี กิ๊กส์ รวมถึง ปาร์ค จี-ซอง กองกลางเลือดโสม ที่ยังมีอาการบาดเจ็บต้องพักยาว แต่แนวรุกอย่าง หลุยส์ ซาฮา, เวย์น รูนี่ย์ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังอยู่กันครบครัน
|
|
ด้าน นิวคาสเซิล ฟอร์มลุ่มๆ ดอนๆ 6 นัดแพ้ไปถึง 3 นัดมี 7 คะแนนรั้งอันดับที่ 12 ปัญหาหลักของทีมที่เห็นได้ชัดก็คือเกมรับที่ไว้วางใจใครไม่ได้เลย ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นจุดอ่อนที่ แมนฯยู เล็งเห็นได้ชัด รวมถึงเกมรุกที่สุดทื่อ โอบาเฟมี่ มาร์ตินส์ ซัดได้แค่ประตูเดียวเท่านั้นหลังย้ายมาจาก อินเตอร์ มิลาน
เกมนี้ เกล็น โรเดอร์ กุนซือ นิวคาสเซิล หมดสิทธิ์ใช้งาน เชย์ กิฟเว่น ผู้รักษาประตูมือ 1 ที่อยู่ระหว่างพักฟื้นหลังเข้ารับการผ่าตัดที่ท้อง รวมถึง คีรอน ดายเออร์ ปีกขวาตัวจี๊ดที่เจ็บออดๆ แอดๆ มาตั้งแต่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และ ไมเคิ่ล โอเว่น กองหน้าที่เจ็บต้องพักยาวมาตั้งแต่ศึกฟุตบอลโลก 2006
|
|
ในระยะหลังเป็น แมนฯยู ที่ทำผลงานเหนือกว่าหลายขุม
เมื่อฤดูกาลที่แล้วก็สามารถเอาชนะได้ทั้งเหย้าและเยือนด้วยสกอร์เดียวกัน 2-0 ที่สำคัญไม่พ่ายแพ้มา 4 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว นัดสุดท้ายที่ นิวคาสเซิล กำชัยได้ต้องย้อนไปในปี 2001 เมื่อเปิดรังเฉือน เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ชนะไป 4-3
|
|
คอลัมน์ ฟันธง ตรงเผง โดย เซียนไก๋ เจริญกรุง
- สาลิกาแพ้ทาง ผีน่าจะสอย 3-1
|
|
| |