ปิดตำนานเทพบุตรลูกหนัง ´จอร์จ เบสต์´

ปิดตำนานเทพบุตรลูกหนัง ´จอร์จ เบสต์´

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 พฤศจิกายน 2548 22:28 น.

ในที่สุดเทพบุตรลูกหนังแห่งทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก็จากไปอย่างสงบท่ามกลางความเศร้าโศกของญาติและเพื่อนสนิทโดยเบสต์จากไปด้วยวัยเพียง 59 ปีหลังจากคณะแพทย์พยายามยื้อชีวิตของเขา ที่มีอาการทรุดหนักจากโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นภายหลังผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ ที่ผ่านมาเบสต์ ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะแห่งวงการลูกหนังเพราะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้แมนฯยูไนเต็ด เป็นสโมสรแรกจากอังกฤษที่คว้าแชมป์ยูโรเปียน คัพ ในปี 1968 ที่สำคัญยังเป็นจอมเพลย์บอยประจำวงการลูกหนังอังกฤษในยุคทศวรรษที่ 60-70 อีกด้วย

สำหรับยอดนักฟุตบอลแห่งเกาะอังกฤษรายนี้เริ่มต้นเล่นอาชีพให้กับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปี 1963 ทันทีที่ลงสนามให้กับทีมดังเบสต์ ก็ฉายแววความเป็นอัจฉริยะทันที และกลายเป็นกำลังบุกสำคัญของทีมปิศาจแดง ´เบสต์ ลงเล่นให้กับ แมนฯยูไนเต็ด ในระหว่างปี 1963-1974 จำนวน 466 นัดยิงได้ 178 ประตู โดยยิงประตูพาทีมจากคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ได้ในปี 1968 ด้วยการเอาชนะ เบนฟิก้า จาก โปรตุเกส 4-1 ซึ่งถือเป็นทีมจากเกาะอังกฤษ ทีมแรกที่ได้เถลิงบัลลังก์ถ้วยใบนี้ และครองรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของยุโรปในปีเดียวกัน โดยเป็นนักเตะ ผีแดง คนที่ 2 ต่อจาก เดนนิส ลอว์ ที่ได้รับรางวัลนี้ในปี 1964

เบสต์ ติดทีมชาติ ไอร์แลนด์เหนือ 37 นัดยิงได้ 9 ประตู แต่ค่อนข้างอาภัพเนื่องจากไม่เคยไปโชว์ฝีเท้าในฟุตบอลโลกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลารวมถึงการใช้ชีวิตที่แบบคนดังทำให้ เบสต์ ได้ฉายาว่า บีเทิ้ลคนที่ 5 ในฐานะ ป๊อป-สตาร์ ฟุตบอล คนแรกในยุค 1960 จากนั้น เบสต์ มีปัญหาเรื่องสุขภาพทำให้ฟอร์มการเล่นกับ แมนฯยูไนเต็ด ที่เคยโดดเด่นตกลงไปอีกทั้งยังเปิดไนต์คลับและเข้าสู่วงการแฟชั่นทำให้ถูกปล่อยตัวออกจากถิ่น โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ในที่สุด

จากนั้น เบสต์ ไปเล่นให้กับทีมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ฟูแล่ม, สต๊อกปอร์ท เคาตี้, ฮิเบอร์เนี่ยน, แอล.เอ. อัซเทคซ์, เป็นศูนย์หน้าให้กับทีมฟอร์ต เลาเดอร์ดาล ระหว่างปี 1978-1979 และ ร่วมทีมกับ ซานโฮเซ่ เอิร์ธเควก ระหว่างปี 1980-1981 และถึงแม้ในช่วงปลายของชีวิตนักฟุตบอลเบสต์ อาจไม่สมบูรณ์เหมือนช่วงที่เป็นอัจฉริยะลูกหนังให้กับทีมแมนฯยูไนเต็ด แต่เขาก็ยังเป็นยอดนักฟุตบอลที่หาตัวจับยากคนหนึ่ง

หลังย้ายเข้าย้ายออกมาหลายทีมในที่สุด เทพบุตรลูกหนังก็แขวนสตั๊ดในปี 1983 กับทีม เบิร์นเมาธ์ ด้วยวัย 37 ปี ส่วนหนึ่งที่เบสต์ ตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลก่อนเวลาอันควร เนื่องจากการใช้ชีวิตส่วนตัวของเบสต์ ที่เรียกได้ว่าเสเพล หมดเวลาส่วนใหญ่ไปกับการดื่มสุราเคล้านารี เที่ยวกลางคืน และหลงอยู่ในแสงสีของวงการบันเทิง แต่ถึงแม้จะยุติชีวิตนักฟุตบอลอาชีพ เบสต์ก็ยังอยู่ในวงการฟุตบอล โดยทำหน้าที่เป็นนักวิเคราะห์ของสำนักข่าว สกาย สปอร์ต ในปี 1990

ด้วยความเป็นนักดื่มตัวยง ที่สุดผลร้ายก็ย้อนคืนสู่สุขภาพของเบสท์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2000 ผลกระทบจากการดื่มเหล้าอย่างหนักตลอดระยะเวลา 10 ปี เริ่มแสดงอาการเมื่อ เบสต์ มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ จนกระทั่งต้องเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตในปี 2002 และถูกสั่งห้ามไม่ให้ดื่มเหล้าอีกแต่เจ้าตัวก็ยังไม่เชื่อฟังแอบดื่มเรื่อยมา

ในช่วง 2-3 ปีหลังสุขภาพของเบสต์ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ ทำให้เข้าออกโรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งครั้งล่าสุด เบสต์ ถูกส่งเข้ารับการรักษาในช่วงปลายเดือนตุลาคม 48 ที่โรงพยาบาลครอมเวลล์ กรุงลอนดอน จนอาการกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย แต่ก็กลับมาทรุดอีกครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งคณะแพทย์นำโดยศาสตร์จารย์ โรเจอร์ วิลเลี่ยมส์ ได้ออกแถลงการณ์ครั้งสุดท้ายว่าไม่สามารถยื้อชีวิตของตำนานลูกหนังไปได้มากกว่านี้อีกแล้วเนื่องจากเบสต์มีอาการเลือดตกในและอวัยวะในร่างกายหลายส่วนไม่ทำงาน และในที่สุดเทพบุตรลูกหนังแห่งวงการฟุตบอลอังกฤษก็ต้องลาโลกไปอย่างไม่มีวันกลับ

ประวัติ จอร์จ เบสต์
เกิด 22 พฤษภาคม 1946
เกียรติประวัติกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ลงเล่นครั้งแรกในปี 1963 ลงเล่น 361 นัดทำไปทั้งสิ้น 136 ประตู
เกียรติประวัติกับทีมชาติไอร์แลนด์
ลงเล่นให้กับทีมชาติครั้งแรกในปี 1964 ลงสนามทั้งสิ้น 37 นัด ทำประตูได้ทั้งหมด 9 ครั้ง
ผลงานการครองแชมป์
ปี 1965 แชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ
ปี 1967 แชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ
ปี 1968 แชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ
ได้รับเลือกให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของยุโรปในปี 1968

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์