นาวีมาแล้วบุกดับพลังเอ็มคารัง,แรบบิทเฮหวิว



src=http://www.siamsport.co.th/_PicOther/O091004D5R0N.jpg


ติณภพ ศรีสถิตย์ ตัวสำรองจอมแสบลงมาเป็นฮีโร่ซัดประตูชัยพาทีม ราชนาวีระยอง บุกคว่ำ พลังเอ็ม โอสถสภาเอ็ม-150 ถึงถิ่น 1-0 คว้าสามแต้มทองมีโอกาสลุ้นหนีตกชั้นในอีก 3 นัดสุดท้าย ด้าน แรบบิท บางกอกกล๊าส เปิดรังฉือนหวิว แข้งเทพ แบ็งค็อก ยูไนเต็ด 2-1 ในศึกไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2552




   โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี 0-1 ราชนาวี-ระยอง 

ที่สนาม อบจ.สระบุรี พลังเอ็ม โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี ทีมอันดับ 5 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ราชนาวี ระยอง ทีมอันดับ 13 เกมนี้เจ้าบ้านนำทัพโดย ศรายุทธ ชัยคำดี, เจษฎา พั่วนะคุณมี, จักรกริช บุญคำ และ ศิวะเมต ธนูศรี ขณะที่ราชนาวี-ระยอง ไม่มี สุทธินันท์ นนที จอมทัพ แต่ยังได้ รัฐพร แซ่ตั๋น, บรรลือศักดิ์ ยอดยิ่งยงค์ และ ศุภชัย ขำทรัพย์ เป็นแกน
 

เริ่มเกมครึ่งแรก ราชนาวี เปิดเกมบุกใส่ทันที แต่ก็ยังไม่ผ่านแนวรับของเจ้าบ้านที่ยังรับได้เหนียวแน่นในช่วงต้นเกม น.12 เป็นทีมผู้มาเยือนที่น่าจะได้ลุ้นประตูขึ้นนำเมื่อ วุฒิชัย อะสุชีวะ กระชากเข้าไปยิงหน้ากรอบ 18 หลาบอลพุ่งเข้าหากรอบแต่ลูกนี้ ฉัตรชัย บุตรพรม นายประตูตัวสำรองพลังเอ็มยังรับไว้ได้ ถัดมาไม่ถึงสองนาที รัฐพร แซ่ตั๋น หลุดขึ้นทางฝั่งขวาก่อนผ่านเข้ากลางประตูแต่จังหวะนี้ บรรลือศักดิ์ เข้าไม่ทันที่ ฉัตรชัย จะผวาออกมาคว้าไว้ได้ทัน
 

น.20 ราชนาวีฯ ได้เสียวอีกหนเมื่อ รัฐพร ทำช่องกับ วุฒิชัย ก่อน รัฐพร จะหลุดไปยิงในกรอบเหน่งๆ แต่หักข้อมากเกินไปบอลหลุดเสาแบบกองเชียร์ครางฮือทั้งสนาม ถัดมาสองนาทีพลังเอ็มต้องถอด กฤษฎา เก็มเด็ม ที่บาดเจ็บออกให้ คริสเตียน เอ็กบา ลงแทน
 

ดูเหมือนโอสถสภาจะไม่เร่งเกม ปล่อยให้ราชนาวีฯ บุกอยู่ฝ่ายเดียว น.34 ผู้มาเยือนก็หวิดทำให้กองเชียร์เจ้าบ้านเงียบกริบเมื่อ รัฐพร หลุดเข้าไปยิงในกรอบแต่ ฉัตรชัย ยังไม่พลาดเซฟไว้ได้หวุดหวิด ถัดมาพลังเอ็มโต้กลับเร็วและเป็น ศรายุทธ ที่ได้ส่องบ้างแต่ยังโด่งออกหลังไปแบบมีลุ้นเช่นกัน
 

ท้ายเกม ราชนาวีฯ ยังทำเกมได้ดีกว่า น.42 ก็ได้ลุ้นประตูอีกครั้งเมื่อ ศุภชัย โยนให้ วุฒิชัย พุ่งโหม่งหน้ากรอบ 18 หลาบอลหลุดเสาออกไปแค่คืบ ถัดมาอีกนาทีหน่อยๆ พลังเอ็มโต้เร็วและเป็น ศรายุทธ ที่กระดกให้ ปฏิพณ หลุดเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตูราชนาวีฯ ที่พยายามออกมาตัด แต่ลูกนี้ ปฏิพณ กระดกไม่ดีบอลหลุดกรอบแบบไม่มีลุ้น หลังจากนั้นทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรกเสมอกันไปก่อน 0-0
 

ครึ่งหลัง พลังเอ็ม เปิดเกมบุกใส่ทันที หวังจะยิงประตูขึ้นนำให้ได้ แต่ก็ยังไม่ผ่านแผงหลังราชนาวีฯ น.51 เจ้าบ้านถอด ปฎิพล ออกแล้วให้ อีวาน เมนซ่า ลงเล่นแทน ราชนาวีฯ อาศัยโต้เร็วมีโอกาสก่อนจาก รัฐพร แต่ลูกนี้เบาไป ถัดมาไม่ถึงนาที ศรายุทธ ได้บอลริมเส้นขวาก่อนผ่านให้ ปิยะชาติ ศรีมะเรือง ได้ยิงจ่อๆ ในกรอบแต่บอลพุ่งชนคานดังโครม แฟนบอลเจ้าถิ่นเฮเก้อ
 

น.55 ราชนาวีฯ ส่ง ติณภพ ศรีสถิตย์ ลงแทน มารุต ดอกมะลิป่า แต่เกมก็ยังไม่กระเตื้องขึ้นก่อนที่ น.63 จะให้ สุทธนันท์ นนที ลงแทน ดนุสรณ์ ผุยแสงพันธ์ ถัดมานาทีเดียว ติณภพ ที่เติมขึ้นมาสูงได้ส่องฝั่งซ้ายกรอบ 18 หลา บอลพุ่งเรียดเสียบเสาสองให้ทีมราชนาวีฯ นำ 1-0 เมื่อโดนนำพลังเอ็มส่ง สุรเดช เสาไธสง ลงแทน เทวฤทธิ์ จุลสม
 

เกมเริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ พลังเอ็ม หันมาเปิดเกมบุกหนัก หวังที่จะตีเสมอให้ได้ น.72 ราชนาวี-ระยองให้ ศรายุทธ เขียวแพร ลงแทน ศุภชัย ขำทรัพย์ เพื่อเสริมแนวรับให้แน่นขึ้น เกมเริ่มเดือดขึ้น เมื่อนักเตะราชนาวีหันมานอนกันซะส่วนใหญ่ เจ็บนิดเจ็บหน่อยก็นอนเพื่อถ่วงเวลา น.76 พลังเอ็ม น่าจะตีเสมอบ้างเมื่อ ศรายุทธ ได้ยิง แต่บอลหลุดเสาออกไปแบบหวาดเสียว
 

น.85 อีวาน เมนซ่า ได้ยิงในกรอบ บอลแฉลบกองหลังราชนาวีฯ จะเสียบเสาแรกอยู่แล้ว แต่ ชินกร ยังไวปัดออกได้หวุดหวิด เกมยังสนุกราชนาวีได้โต้กลับเร็วและเป็น สุทธินันท์ ที่หลุดไปยิงด้วยซ้าย บอลจะเสียบเสาอยู่แล้วแต่ ฉัตรชัย ยังโชว์เซฟปัดออกไปได้
 

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 8 นาที น.92 ทีมพลังเอ็มน่าจะได้ประตูตีเสมอมากที่สุด จากจังหวะที่ได้ฟรีคิก ศรายุทธ เปิด ไปหน้าประตู ชินกร ชกมาเข้าทางปืน อเยว เอ็กบา ยิงซ้ำเข้าไปบอลจะมุดคานอยู่แล้ว แต่ ชินกร ยังเหินปัดออกหลังแบบไม่น่าเชื่อ หลังจากนั้นทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม ราชนาวี ระยอง เอาชนะ โอสถสภาเอ็ม 150 -สระบุรีไปแบบสนุก 1-0 คว้าสามแต้มทองไปครองได้สำเร็จ


 


วาทะโค้ช 
อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ กุนซือ โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี - นักเตะเราล้าเกินไป หลังจากที่กรำศึกมาหนักทั้งไทยพรีเมียร์ลีก และเอฟเอ คัพ วันนี้ ราชนาวีฯ มาเน้นรับแล้วโต้ ทำให้เราเล่นลำบาก อย่างไรก็ดีอีกสามนัดเราเต็มที่แน่นอน 

สุขสันต์ คุณสุทธิ์ ของราชนาวี-ระยอง - ยอดเยี่ยมครับวันนี้ เราหวังมาเอาแค่หนึ่งแต้มจากเขา เพราะเป็นรอง แต่เมื่อมาได้สามแต้ม ก็เหมือนกับสร้างโอกาสให้เรากลับมามีหวังรอดได้อีกหน อย่างไรยังเชื่อว่าเราจะสู้ จนทีมรอดครับ



 


คะแนนความสามารถทั้งสองทีม 


โอสถสภาเอ็ม 150 - สระบุรี : ฉัตรชัย บุตรพรม 6, โกศวัต ว่องไวลิขิต 6, วันใหม่ เศรษฐนันท์ 6, ศิวะเมต ธนูศร 6, จักรกริช บุญคำ 6, กฤษฎา เก็มเด็ม 5 (อเยว เอ็กบา 6), ศรายุทธ ชัยคำดี 6, เจษฎา พั่วนะคุณมี 6,ปิยะชาติ ศรีมะเรือง 6, เทวฤทธิ์ จุลสม 6 (สุรเดช ธงชัย), ปฎิพล เพชรวิเศษ 6 (อีวาน เมนซ่า 6) 


ราชนาวี-ระยอง : ชินกร ดีสาย 7, ศราวุธ จอมคำสิงห์ 6.5, สุระเดช เสาไธสง 6.5, ชณธวัฒน์ ศรีสุข 6.5, ดนุสรณ์ ผุยแสงพันธ์ 6 (สุทธินันท์ นนที 6), มารุต ดอกมะลิป่า 6 (ติณภพ ศรีสถิตย์ 7), ศุภชัย ขำทรัพย์ 6 (ศรายุทธ เขียวแพร 6), เจษฎา งามเมือง 6.5, รัฐพร แซ่ตั๋น 6.5, บรรลือศักดิ์ ยอดยิ่งยง 6.5, วุฒิชัย อะสุชีวะ 6.5



 แมนออฟเดอะแมตช์ : ชินกร ดีสาย นายทวารจอมหนึบของ ราชนาวี ระยอง

ภาพบรรยากาศ
เครดิตท่าน unimox www.pantip.com

เวอร์ชันเต็ม http://www.pantip.com/cafe/supachalasai/topic/S8394783/S8394783.html      
















 


-----------------------------------------------------  



บางกอกกล๊าส เอฟซี 2-1 แบงค็อก ยูไนเต็ด 

ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6 เดอะแรบบิท บางกอกกล๊าส เอฟซี อันดับ 3 ของตาราง เปิดรังรับมือ แข้งเทพ แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 12 เกมนี้เจ้าถิ่นส่ง นราธิป พันธ์พร้อม นายทวารมือสองลงเฝ้าเสาแทน กฤษณะ กลั่นกลิ่น พร้อมด้วยสามจอมเก๋าอย่าง อำนาจ แก้วเขียว, ทนงศักดิ์ ประจักกะตา และรุ่งโรจน์ สว่างศรี ยืนปักหลักในแนวรับ ขณะที่ทีมเยือนส่ง กิตติศักดิ์ ศิริแว่น เพลเมกเกอร์ร่างเล็กทำเกมแดนกลาง โดยวาง ไกรสร ปั้นเจริญ กับ นพพล ผลอุดม เป็นศูนย์หน้าคู่
 

เปิดฉากมาแค่ 2 นาที เมธี ปุ้งโพ ดาวยิงบางกอกกล๊าส ที่วันนี้ได้ลงสนามเป็นตัวจริง มีโอกาสลองส่องไกลประมาณ 30 หลา แต่บอลนั้นเบาเกินไป วีระ เกิดพุดซา นายทวารทีมเยือนรับสบาย
 

เกมผ่านไป 10 นาที เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายครองบอล และทำเกมบุกได้มากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายมักไปเสียบอลกันเองในแดนหน้า ทำให้ไม่มีโอกาสได้สับไกยิงเท่าที่ควร น.17 ความพยายามของ แรบบิท ก็มาประสบความสำเร็จ เมื่อ พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ เปิดลูกฟรีคิกด้วยเท้าขวาบริเวณริมเส้นฝั่งซ้ายไปที่เสาสอง และเป็น อำนาจ แก้วเขียว กองหลังกัปตันทีมจอมเก๋า ที่เทกตัวขึ้นโหม่งเหน่งๆ ย้อนกลับไปชนเสาแรกก่อนเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ให้บางกอกกล๊าส ขึ้นนำ 1-0
 

แต่เจ้าถิ่นดีใจได้ไม่นาน เพราะอีกแค่ 4 นาทีถัดมา แบงค็อกสามารถตามตีเสมอได้ โดยฉวยโอกาสที่ แรบบิท เหลือผู้เล่นในสนามแค่ 10 คน เนื่องจาก อำนาจ แก้วเขียว ออกไปปฐมพยาบาลข้างสนาม หลังจากที่ศีรษะไปกระแทกกับนักเตะทีมเยือน ทำให้ กิติศักดิ์ ศิริแว่น เพลเมกเกอร์ตัวเก่งของ แข้งเทพ ได้โอกาสยิงด้วยเท้าขวาบริเวณจุดโทษ บอลลอดแขน นราธิป พันธ์พร้อม นายทวารเจ้าถิ่นเข้าประตูไป ให้แบงค็อก ตีเสมอบางกอกกล๊าส 1-1 ก่อนที่ อำนาจ จะกลับมาลงสนามอีกครั้ง พร้อมผ้าพันแผลพันที่ศีรษะ
 

จากนั้นทั้งสองทีมเปิดเกมรุกแลกใส่กันอย่างสนุก แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ ด้วยกันทั้งสองฝ่าย โดยเกมเล่นมาถึงช่วง 5 นาทีสุดท้าย ขุนพล แรบบิท กดดันใส่ แบงค็อกอย่างหนัก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถทำประตูขึ้นนำทีมเยือนได้ ก่อนที่ผู้ตัดสิน ปรีชา กางรัมย์ จะเป่านกหวีดยาวหมดครึ่งแรก ทั้งคู่เสมอกันอยู่ 1-1
 

ครึ่งหลังเริ่มได้เพียงแค่นาทีเดียว ไกรสร ปั้นเจริญ มีโอกาสเข้าชาร์จประมาณ 10 หลา ข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย จากนั้น ทีมเยือนที่ดูแก้เกมมาได้ดีกว่า เป็นฝ่ายสร้างสรรค์โอกาสบุกและได้ลุ้นจากการยิงของ นพพล ผลอุดม ในเขตโทษด้านขวา น.57 แต่บอลไปชนข้างตาข่าย ชวดได้ประตูขึ้นนำสุดๆ
 

แต่ถัดมาอีกแค่ 2 นาที แรบบิท ได้จังหวะโต้กลับ อนาวิน จูจีน เลี้ยงบอลจากทางกราบขวา ก่อนตัดเข้ามาตรงกลาง และซัดด้วยซ้ายเต็มข้อบริเวณเส้น 18 หลา ทว่า ไม่ผ่านมือ วีระ เกิดพุดซา ที่พุ่งเซฟไว้ได้ติดมือ
 

น.63 เกมต้องหยุดไปชั่วขณะ เมื่อ ซาอิบ กองหลังผิวสีของทีมเยือนไปทำฟาวล์นักเตะ แรบบิท บริเวณริมเส้นฝั่งขวาของเจ้าถิ่น ก่อนจะรับใบเหลืองไป แต่สตาฟฟ์โค้ชของบางกอกกล๊าสได้มาท้วงกับผู้ตัดสินที่ 4 ว่า ซาอิบ โดนใบเหลืองไปก่อนหน้านั้นแล้ว ทำให้ ปรีชา กางรัมย์ เปามือหนึ่งที่ทำหน้าที่ในเกมนี้ ต้องออกมาพูดคุยกับทางผู้ตัดสินที่สี่ และผู้ควบคุมการแข่งขัน ก่อนจะกลับมาเล่นตามปกติ เพราะ ซาอิบ นั้นยังไม่โดนใบเหลือง เพียงแต่เป็นการเข้าใจผิดกันเท่านั้น
 

และจากจังหวะนี้เอง ศุภชัย คมศิลป์ แบ็กซ้ายจอมปั่น มีโอกาสยิงเข้ามาที่เสาแรก ก่อนบอลจะฮุกเข้าประตูไปอย่างสวยงามให้ แรบบิท นำอีกครั้ง 2-1
 

จากนั้น ทีมเยือน พยายามหาโอกาสทำประตูตีเสมออีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถยิงได้ แถม น.70 เกือบสังเวยลูกที่สาม เมื่อ อนาวิน จูจีน ใช้ความสามารถเฉพาะตัวล็อกบอลหลบกองหลังแบงค็อกถึง 2 คน ก่อนจะได้ยิงในกรอบเขตโทษ ทว่า กลับโดน อาทิตย์ บุญพา แหย่ขาสกัดออกหลังได้อย่างหวุดหวิด เล่นเอา โค้ชง้วน สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ เฮดโค้ชของทีมถึงกับเต้นผางกับโอกาสนี้ ที่ อนาวิน ปล่อยให้หลุดมือไป
 

น.80 เจ้าถิ่นยังคงมีโอกาสลุ้นทำประตูอย่างต่อเนื่อง และ พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ กองกลางจอมกลั่นของ แรบบิท ได้สับไกด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลเหินข้ามคานออกหลังไปนิดเดียว
 

ท้ายเกม แบงค็อก ดูบุกได้ดีกว่า แต่กลับเกือบโดนลูกโต้กลับของเจ้าถิ่นเล่นงานบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่มีทีมใดสามารถพังประตูกันได้เพิ่ม จบเกม บางกอกกล๊าส เฉือนชนะ แบงค็อก 2-1 คว้าสามคะแนนไปครอง ส่วนทีมเยือนยังคงต้องหนีตกชั้นต่อไป


 


วาทะโค้ช 

สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ กุนซือบางกอกกล๊าส เอฟซี - รูปเกมก็ถือว่าใช้ได้ แต่เราควรจะได้มากกว่านี้ หากจังหวะสุดท้ายไม่ยิงทิ้งยิงขว้าง ส่วนเรื่องของเสื้อผ้าก็มีส่วน จึงอยากให้ทางบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีกคุมเข้มเรื่องนี้ซัก 2-3 วัน โชคดีที่วันนี้เราเล่นในบ้าน ทำให้มีชุดสำรองเปลี่ยนมาใช้ครึ่งหลังได้ทัน  

สมชาย ทรัพย์เพิ่ม เฮดโค้ชแบงค็อก ยูไนเต็ด - สมควรแพ้ เพราะวันนี้เราเล่นไม่ได้ดีเลย ลูกที่เสียก็ง่ายเกินไป แต่โปรแกรมที่เหลือยอมรับว่าเรายังไม่ต้องดิ้นรนอะไรมาก หากเก็บแต้มที่ควรจะได้ สุดท้ายก็น่าจะอยู่รอดต่อไป


 


คะแนนความสามารถทั้งสองทีม 

บางกอกกล๊าส เอฟซี : นราธิป พันธ์พร้อม 5.5, รุ่งโรจน์ สว่างศรี 6, อำนาจ แก้วเขียว 7, ทรงศักดิ์ ประจักกะตา 6.5, ศุภชัย คมศิลป์ 6.5, อนนท์ บุญสุโข 6.5, ธนัตถ์ วงศ์ศุภลักษณ์ 6 (พลวัฒน์ วังฆะฮาด -), อนาวิน จูจีน 5.5 (ศรันย์ พรมแก้ว 5.5), พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ 6, เมธี ปุ้งโพ 5.5 (มิเชล เอ็นโดแมน -), ชาตรี ฉิมทะเล 6 

แบงค็อก ยูไนเต็ด : วีระ เกิดพุดซา 5, ทรงศักดิ์ เฮมเขียว 5.5, อาทิตย์ บุญพา 5.5, พลวัฒน์ ปิ่นกอง 5.5 (จีรนัฐ นนทเกษ 5), มูสซ่า ซาอิบ 5.5, วิทยา หมัดหลำ 5, รามเทพ ชัยแป้น 5.5 (นันทวุฒิ ฝั้นชัยหวัง -), กิตติศักดิ์ ศิริแว่น 6.5, ฐนกรณ์ พิชิตชัยพจนารถ 5 (เรียวจิ 5), ไกรสร ปั้นเจริญ 5.5, นพพล ผลอุดม 5.5 


 


แมนออฟเดอะแมตช์ : อำนาจ แก้วเขียว ปราการหลังจอมเก๋าของ บางกอกกล๊าส เอฟซี




src=http://www.siamsport.co.th/_PicOther/O091004F7U3O.jpg



src=http://www.siamsport.co.th/_PicOther/O091004I4Q6K.jpg


ที่มา

http://www.siamsport.co.th
http://www.lentee.com/
คอบอลไทย.com



  


เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์