มันโช่สตาร์ทหรู! เรือชิลบดหม้อสบาย 2-0


เกมแรกของโรแบร์โต้ มันชินี่กับการคุมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่ยากเย็นเท่าไหร่เมื่อใช้ความเด็ดขาดซัดสองประตูในครึ่งแรกจากเปตรอฟและเตเบซเอาชนะ ช่างปั้นหม้อ สโต๊ค ซิตี้ไปได้สบายๆ 2-0 ไล่จี้สเปอร์สอันดับที่ 5 เหลือ 2 คะแนนเท่านั้น

พรีเมียร์ลีก

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2552(วันบ็อกซิ่งเดย์)


แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 สโต๊ค ซิตี้

ประตู : 1-0 มาร์ติน เปตรอฟ น.28 , 2-0 คาร์ลอส เตเบซ น.45+3


ครึ่งแรก

ซิตี้มีโอกาสก่อน นาทีที่ 11 ไอร์แลนด์เปิดบอลจากด้านซ้ายเข้ามาให้เตเบซได้ยิงแต่บอลข้ามคาน

ซิตี้ยังลุยต่อและมีโอกาสจบอีกลูกเมื่อแบร์รี่จ่ายต่อมาให้โรบินโญ่ซึ่งอยู่นอกกรอบทางด้านขวายิงเรียดอัดเข้ากลางแต่เข้ามือโซเรนเซ่น

นาทีที่ 19 กลายเป็นสโต๊คที่เกือบขึ้นนำสุดๆเมื่อสโต๊ควางบอลยาวขึ้นมาให้ตุนกายหลอกกองหลังซิตี้กันหมดแผงก่อนเข้าไปเดี่ยวๆกับกิฟเว่นแต่ถูกเซฟเอาไว้ได้จนสุดท้ายกลายเป็นตุนกายไปเข้าช้าจนกิฟเว่นเจ็บต้องใช้เวลาปฐมพยาบาลพอสมควร

เปตรอฟซัดหายเรือนำ 1-0
เรือใบสีฟ้า ต้องรอเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้ประตูนำ 1-0 โดยต้องชมคาร์ลอส เตเบซที่กระชากบอลทางด้านซ้ายจากนอกกรอบเข้าเขตโทษก่อนจ่ายต่อให้โรบินโญ่ที่สอดเข้าไปหน้าประตูยิงแป้กแต่โชคดีบอลไปเข้าทางเปตรอฟที่กางมุ้งโล่งๆที่เสาสองจิ้มเข้าไปไม่พลาด

เกมดำเนินมาเรื่อยๆโดยซิตี้ยังคงต่อเกมไปเรื่อยๆไม่ได้เร่งและก็เป็นสโต๊คที่ยังสกัดเอาไว้ได้ในพื้นที่สุดท้ายได้หมด

นาทีที่ 35 สโต๊คได้โยนเตะมุมเข้ามาก่อนเป็นซิดิเบ้โขกย้อนกลับมาหน้ากรอบเขตโทษแล้วเป็นวีแลนที่ง้างเท้ารอแต่ไกลฮาล์ฟวอลเลย์ด้วยขวาแต่บอลออกหลังไปห่างไกล

นาทีที่ 41 ซิตี้มีโอกาสจากลูกยิงไกลแต่เป็นโรบินโญ่ยิงเหินข้ามคานยังกับเตะจุดโทษรักบี้

การป้องกันทางด้านซ้ายของสโต๊คมีปัญหาจริงๆเมื่อนาทีที่ 43 ซิลวินโญ่ได้หลุดเข้ามาทางด้านซ้ายก่อนเปิดเข้ากลางแล้วบอลเลยมาถึงเสาสองให้เปตรอฟที่รออยู่คนเดียวโล่งๆเหมือนตอนยิงลูกแรกได้ซัดด้วยขวาแต่คราวนี้บอลผิดเหลี่ยมออกไป งานนี้ถ้าเสียอีกคอลลินส์รับไปเต็มๆเพราะไม่รับผิดชอบตัวประกบเลย

นาทีสุดท้ายครึ่งแรกซิตี้ได้เสียวอีกครั้งคราวนี้เตเบซเปลี่ยนไปเลื้อยด้านขวาแล้วเปิดเข้ากลางให้โรบินโญ่ได้ล้มตัวยิงแต่ไม่ตรงกรอบ

ช่วงท้ายครึ่งแรกเกมด้านข้างของสโต๊คยังเป็นจุดอ่อนเมื่อปล่อยให้ซิตี้โยนเข้ามาได้ลุ้นแบบฟรีสไตล์ต้องเคลียร์กันออกไปอย่างใจหายใจคว่ำ

ประตูสำคัญ!เตฟหลุดไปซัดเรือทิ้ง 2-0
เป็นประตูที่ทำให้สโต๊คต้องกลับไปแก้เกมอย่างยากเย็นซะแล้วเมื่อซิตี้มานำห่าง 2-0 ในช่วงทดเวลานาทีที่ 3 เมื่อซาบาเลต้าชิพบอลเข้าไปในเขตโทษให้แบร์รี่โขกตั้งให้เตเบซหลุดเข้าไปกระโดดแหย่ขาจิ้มบอลเข้าไปแม้ว่าโซเรนเซ่นจะปัดได้แต่ก็ไม่รอด เรือใบสีฟ้า นำห่างสองตุงก่อนเสียงนกหวีดหมดเวลาจะดังขึ้น


ครึ่งหลัง

ซิตี้มีโอกาสลุ้นตั้งแต่นาทีแรกเมื่อเปตรอฟมีโอกาสปั่นเรียดด้วยซ้ายนอกกรอบเขตโทษแต่โซเรนเซ่นเซฟเอาไว้ได้แล้วตะครุบไว้ทันก่อนที่โรบินโญ่จะเข้าถึงบอล

บีทตี้ซัดเผาขนเกือบไข่แตก
ผ่านมา 15 นาที ในครึ่งหลังเกมยังออกแนวน่าเบื่อผลัดกันฟาว์ลพร่ำเพรื่อ จนนาทีที่ 63 สโต๊คมามีโอกาสจังๆที่จะได้ตีไข่แตกเมื่อได้โยนบอลเข้ามาในเขตโทษก่อนที่ฟูลเลอร์จะโหม่งตั้งแล้วสุดท้ายเป็นบีทตี้พักอกเอาบอลลงแล้วซัดเต็มข้อมุมแคบแต่กิฟเว่นยังปิดมุมปัดออกไว้ได้

และจากเตะมุมในนาทีต่อมาสโต๊คมีโอกาสจบอีกรอบจากลูกโหม่งที่เสาสองของฮูธแต่ก็ไม่เข้าอีก

ตอนนี้กลายเป็นสโต๊คที่เริ่มทำเกมกดดันซิตี้อย่างต่อเนื่องและนาทีที่ 73 พวกเขาก็ได้โอกาสอีกครั้งเมื่อเอเธอริงตันได้โยนฟรีคิกจากฝั่งขวาแล้วเป็นฟูลเลอร์ได้โขกเช็ดกะจะให้เข้าเสาสองแต่หลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

เบลเลอร์สซัดเกือบได้ลูกสาม
ซิตี้ต่อเกมกันสวยและเกือบได้ลูกที่สามจากจังหวะที่ไอร์แลนด์กระชากบอลเข้าหาเขตโทษก่อนแทงต่อให้เบลลามี่วิ่งสปีดนำหน้าฮูธก่อนจิ้มด้วยขวาแต่ติดโซเรนเซ่นออกไปนิดเดียว งานนี้หอกเลือดเวลส์มีโวยผู้ตัดสินจะเอาจุดโทษเพราะโดนฮูธรั้งไว้ทำให้เขายิงไม่ถนัด

เวลากำลังจะหมดแต่สโต๊คเองก็เหมือนยอมแพ้ไม่ได้ฮึดสู้เท่าไหร่จนนาทีที่ 88 ซิตี้มีโอกาสได้จบจากเตเบซที่ลากบอลจากด้านขวาเข้ากลางแล้วยิงไกลด้วยซ้ายแตค่ก็เหินข้ามคานไปไกล

ช่วงทดเจ็บสโต๊คมีโอกาสตีไข่แตกเมื่อได้ชิพบอลยาวจากกลางสนามเข้ามาให้ฟายโขกชงให้ฮิกกิ้นบ็อทแธ่มวอลเลย์หลุดกรอบชนิดเสียของสุดๆ

หมดเวลาแมนฯซิตี้เก็บชัยชนะต้อนรับโรแบร์โต้ มันชินี่สบายเท้า 2-0 มีเพิ่มเป็น 32 คะแนนไล่จี้สเปอร์สเหลือ 2 แต้มเท่านั้น


รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯซิตี้ : เชย์ กิฟเว่น , พาโบล ซาบาเลต้า , แว็งซ็องต์ ก็องปะนี , โคโล ตูเร่ , ซิลวินโญ่(ไมก้าห์ ริชาร์ดส์ น.66) , ไนเจล เดอ ยอง , แกเร็ธ แบร์รี่ , โรบินโญ่(เคร็ก เบลลามี่ น.68) , มาร์ติน เปตรอฟ , สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ , คาร์ลอส เตเบซ(ฮาเวียร์ การ์ริโด้ น.90)

สโต๊ค : โทมัส โซเรนเซ่น , แอนดี้ วิลกินสัน(โรเบิร์ต ฮูธ น.48) , แดนนี่ ฮิกกิ้นบอทแธ่ม , อับดุลลาย ฟาย , แดนนี่ คอลลินส์ , เกล็น วีแลน , ซาลิฟ ดิเยา , แม็ทธิว เอ็ทเธอริงตัน , ดีน ไวท์เฮด , ตุนกาย ซานลี่(ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์ น.59) , มามาดี้ ซิดิบี้(เจมส์ บีทตี้ น.53)
























 

ขอบคุณข่าวจาก lentee.com

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์