ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก : 3 คู่ วันอาทิตย์ 24 /10/2010


  • วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก : สโต๊ค -vs- แมนฯ ยูไนเต็ด


  • teamdivisionteam


    ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 


    ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
    ปรีวิว ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ


    สโต๊ค (12) -vs- แมนฯ ยูไนเต็ด (7).....................(19.30)


    สนาม : บริทานเนีย สเตเดี้ยม
    ราคาบอล : แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อ ครึ่งควบลูก


    ผลการพบกันของทั้งสองทีม
    09/05/10 แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ สโต๊ค 4-0
    26/09/09 สโต๊ค แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-2
    26/12/08 สโต๊ค แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1
    15/11/08 แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ สโต๊ค 5-0
    06/04/08 แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ สโต๊ค 5-0
     
    ฟอร์ม 5 นัดล่าสุด


    สโต๊ค
    16-10-10 แพ้ โบลตัน 1-2 เยือน พรีเมียร์ลีก
    02-10-10 ชนะ แบล็คเบิร์น 1-0 เหย้า พรีเมียร์ลีก
    26-09-10 ชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-1 เยือน พรีเมียร์ลีก
    22-09-10 ชนะ ฟูแล่ม 2-0 เหย้า ลีก คัพ
    18-09-10 เสมอ เวสต์แฮม 1-1 เหย้า พรีเมียร์ลีก


    แมนฯ ยูไนเต็ด
    21/10/10 ชนะ บูร์ซาสปอร์ 1-0 /เหย้า/แชมเปี้ยนส์ ลีก
    16/10/10 เสมอ เวสต์ บรอมวิช 2-2 /เหย้า/พรีเมียร์ ลีก
    02/10/10 เสมอ ซันเดอร์แลนด์0-0 /เยือน/พรีเมียร์ ลีก
    30/09/10 ชนะ บาเลนเซีย 1-0 /เยือน/แชมเปี้ยนส์ ลีก
    26/09/10 เสมอ โบลตัน วันเดอเรอร์ส 2-2 /เยือน/พรีเมียร์ลีก


    ข้อมูลที่น่าสนใจ


    Head-to-Head


     * แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะ สโต๊ค 5 ครั้ง จาก 7 ครั้งหลังสุดที่เจอกันในพรีเมียร์ลีก


     * ครั้งสุดท้ายที่ สโต๊ค เอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้คือวันบ็อกซิ่งเดย์ 1984


    สโต๊ค


      * ช่างปั้นหม้อแพ้ถึง 4 จาก 10 เกมหลังสุดที่เล่นในบริทานเนีย(แพ้ สเปอร์ส 2 ครั้ง, บวกกับ อาร์เซน่อล กับ โบลตัน)


     * พวกเขาพ่ายให้กับ เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด และ อาร์เซน่อล ทั้งไปและกลับเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เสียถึง 20 ลูก และทำได้แค่ 2 ประตู


     * สโต๊ค ยิงชนคาถึง 9 ครั้งในฤดูกาลนี้ มากที่สุดในลีก


    แมนฯ ยูไนเต็ด


     * พวกเขาทำแต้มหล่นไป 6 คะแนน ถ้าเทียบกับเวลานี้ในฤดูกาลที่แล้ว


     * ตั้งแต่เซ็นสัญญาดึง รูนี่ย์ เข้าทีม ปิศาจแดงชนะถึงคู่แข่งในลีกได้ถึง 72% ทุกเกมที่ รูน ลงสนาม


     * ยูไนเต็ด เอาชนะคู่แข่งได้แค่ครั้งเดียวจาก 6 เกมเยือนหลังสุดในลีก  


    สภาพความพร้อม


         โทนี่ พูลิส กุนซือช่างปั้นหม้อสโต๊ค จะต้องเช็กฟิต ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์ กองหน้าจอมแกร่งของทีม หลังเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่ระหว่างเกมกับ โบลตัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนั้นจะมีเพียง มามาดี้ ซิดิบี้ ดาวเตะผิวสีรายเดียวที่ยังเจ็บยาว


         ส่วน อัวเมียร์ เบโกวิช ประตูสำรอง อาจจะได้สอดแทรกลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงแทนที่ โรเซนเซ่น เนื่องจาก มือกาวทีมชาติเดนมาร์ก ผิดพลาดบ่อย ที่เหลือ พูลิส ไม่น่าจะเปลี่ยนทีม นำโดย เจอร์เมน เพนแนนท์, รอลี่ ดีแล็ป, แม็ทธิว เอ็ทเธอริงตั้น และ เคนวิน โจนส์ ดาวยิงตัวเก่ง


         ด้านทีมเยือนปิศาจแดง แมนฯ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เฮดโค้ช เพิ่งต่อสัญญากับ เวย์น รูนี่ย์ ออกไป แต่ยังหมดสิทธิ์ส่งดาวยิงอารมณ์ร้อนลงสนาม เพราะเจ็บข้อเท้าระหว่างซ้อมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ต้องพัก 3 สัปดาห์ เช่นเดียวกับปีกจอมเก๋า ไรอัน กิ๊กส์ ที่มีปัญาหาเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า


         ขณะที่ ปาร์ค จี ซุง มิดฟิลด์กิมจิ เจ็บหัวเข่ามาจากเกมยุโรปที่เฉือน บูร์ซาสปอร์ 1-0 แต่คาดว่า ปาร์ค จะฟิตลงสนามได้ นอกจากนี้ โอเว่น ฮากรีฟส์ ใกล้จะฟิตเต็มร้อยแล้ว แต่ เฟอร์กี้ ยังไม่น่าจะเสี่ยงส่งลงสนาม

         ส่วน อันโตนิโอ วาเลนเซีย ข้อเท้าหักพักยาว อย่างไรก็ตาม 2 แข้งหลัก ริโอ เฟอร์ดินานด์, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ และ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ที่ได้พักเมื่อกลางสัปดาห์ จะกลับสู่ทีมทั้งหมด  


    สภาพความพร้อมล่าสุด


         สโต๊ค (4-4-2) : โธมัส โซเรนเซ่น ; โรเบิร์ต ฮูธ, อับดุลาเย่ ฟาย, ไรอัน ชอว์ครอสส์, แดนนี่ คอลลิ่นส์ ; เจอร์เมน เพนแนนท์, ซาลิฟ ดิเยา, รอลี่ ดีแล็ป, แม็ทธิว เอ็ทเธอริงตั้น ; ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์, เคนวิน โจนส์


         แมนฯ ยูไนเต็ด : (4-4-2) เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ; ราฟาเอล, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช, ปาทริซ เอฟร่า ; ปาร์ค จี ซอง, ดาร์เรน เฟร็ตเชอร์, พอล สโคล์, นานี่ ; ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, ชิชาร์ริโต้    
     
    police วิเคราะห์ / ฟันธง


         ข่าวดีในรั้วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็คือ เวย์น รูนี่ย์ จรดปากกาต่อสัญญากับทีมไปอีก 5 ปี น่าจะขจัดความวุ่นวายทั้งหมดออกไปและเดินหน้าล่าแต้มได้เต็มสูบเสียที แต่ข่าวร้ายก็คือ รูนี่ย์ เจ็บลงล่าตาข่ายไม่ได้อีกหลายเกม บวกกับฟอร์มของปิศาจแดงค่อนข้างฝืด เล่นยังไงก็ไม่ชนะ หรือไม่ก็เบียดทีมรองช่อนแบบหืดจับ


         ดังนั้นมาเยือน สโต๊ค เกมนี้ไม่ง่ายแน่นอน เพราะเจ้าถิ่น 5 เกมลีกในรังหลังสุด พ่ายให้กับ สเปอร์ส แค่หนเดียว แถมเป็นทีมที่เล่นหนักฟิตมาก ยูไนเต็ด ที่ฟอร์มยังไม่กระเตื้อง และเพิ่งผ่านเกมยุโรปมา น่าจะเจอวันที่ยากลำบาก ซึ่งวัดจากสถานการณ์ชั่วโมงนี้ ทีมเยือนที่ฟอร์มตก บุกต่อเจ้าถิ่นที่แกร่งในบ้าน ถึงครึ่งควบลูก แนะให้เสี่ยงรองน่าจะอุ่นใจกว่า.............

    >>>
             

      



  • วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก : แมนฯ ซิตี้ -vs- อาร์เซน่อล


  •     


  • teamdivisionteam


    ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 


    วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ


    แมนฯ ซิตี้ (2) -vs- อาร์เซน่อล (5)...............22.00


    สนาม : ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม
    ราคา : แมนฯ ซิตี้ ต่อ ป.ป. ลบห้า


    ฟอร์ม 5 นัดล่าสุด


    24/04/10 อาร์เซน่อล เสมอ แมนฯ ซิติ้ 0-0
    03/12/09 แมนฯ ซิติ้ ชนะ อาร์เซน่อล 3-0
    12/09/09 แมนฯ ซิติ้ ชนะ อาร์เซน่อล 4-2
    04/04/09 อาร์เซน่อล ชนะ แมนฯ ซิติ้ 2-0
    22/11/08 แมนฯ ซิติ้ ชนะ อาร์เซน่อล 3-0


    แมนฯ ซิตี้
    22/10/10 ชน เลช ปอซนาน 3-1 /เหย้า/ ยูโรปา ลีก
    17/10/10 ชนะ แบล็กพลู 3-2 /เยือน/พรีเมียร์ ลีก
    25/09/10 ชนะ เชลซี 1-0 /เหย้า/พรีเมียร์ ลีก
    23/09/10 แพ้ เวสต์บรอมวิช 2-1 /เยือน/พรีเมียร์ ลีก
    19/09/10 ชนะ วีแกน แอธเลติก 2-0 /เยือน/พรีเมียร์ ลีก


    อาร์เซน่อล
    20/10/10 ชนะ ชัคเตอร์ โดเนสต์ค 5-1 เหย้า แชมเปี้ยนส์ ลีก
    16/10/10 ชนะ เบอร์มิ่งแฮม 2-1 เหย้า พรีเมียร์ลีก
    03/10/10 แพ้ เชลซี 0-2 เยือน พรีเมียร์ลีก
    29/09/10 ชนะ ปาติซาน 3-1 เยือน แชมเปี้ยนส์ ลีก
    25/09/10 แพ้ เวสต์บรอมฯ 2-3 เหย้า พรีเมียร์ลีก


    ความพร้อมของเกม
     
         โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือเรือใบสีฟ้าได้รับข่าวดีเมื่อจะได้ มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิงผิวหมึกหายเจ้บหัวเข่ากลับมาสู่ทีมอีกครั้ง โดยก่อนหน้า อดีตกองหน้างูใหญ่เจ็บไปตั้งแต่เดือนสิงหาคม ในเกมที่พบกับ ติมิโซร่า ศึกยูโรปา ลีก อย่างไรก็ตาม มันชินี่ น่าจะส่งดาวยิงค่าตัว 23 ล้านปอนด์ อยู่บนม้านั่งสำรอง


         ขณะที่ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ที่เพิ่งกดแฮตทริก เมื่อกลางสัปดาห์กับ เลซ ปอซนาน เมื่อวันพฤหัส มีโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรือใบสีฟ้าจะปรับมาเล่นในระบบ 4-4-2 เนื่องจาก ยาย่า ตูเร่ เจ็บเข่า ลงไม่ได้


         นอกจากนี้ โคโร่ ตูเร่ กองหลังตัวหลักจะต้องพลาดเกมในถ้วยนี้อีกครั้งจากปัญหาอาการบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย วินเซนต์ กอมปานี น่าจะได้ลงเล่นจับคู่เซ็นเตอร์กับ โจลีออน เลสคอตต์ เช่นเดียวกับ โช  กองหน้า บราซิล ที่ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าในการฝึกซ้อมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา


         ด้าน อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือทีมเยือน ยังหมดสิทธิ์ใช้งาน มานูเอล อัลมูเนีย ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง ที่เจ็บข้อศอก, แบ็กขวา บาการี่ ซานย่า เพิ่งหายเจ็บกล้ามเนื้อต้นขา มีลุ้นลงช่วยทีม

         ขณะที่ และเซ็นเตอร์ตัวหลัก โธมัส แฟร์มาเล่น (เอ็นร้อยหวาย)  ช่วยทีมไม่ได้ ด้าน อารอน แรมซี่ย์ ยังต้องใช้เวลาเรียกความฟิตอีกพักหลังขาหัก ส่วน โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงคนสำคัญ ยังเจ็บข้อเท้า


         แต่ เวนเกอร์ ยังมีข่าวดีเข้ามา เมื่อ เชส ฟาเบรกาส กองกลางทีมชาติสเปนและกัปตันทีม หายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่ากลับมาซ้อมได้ และน่าจะผ่านฟิตลงสนามได้

         เช่นเดียวกับ ธีโอ วัลค็อตต์ ปีกทีมชาติอังกฤษ นอกจากนี้ นิคลาส เบนท์เนอร์ ดาวยิงทีมชาติเดนมาร์ก ก็หายเจ็บโคนขาหนีบกลับมาแล้ว แต่คาดว่าน่าจะมีชื่อเป็นตัวสำรองไปก่อน เนื่องจากความฟิตยังไม่ถึงเกณฑ์


         ขณะที่ แจ็ค วิลเชียร์ กลางดาวรุ่ง เล่นได้อย่างน่าชมเมื่อเกมกลางสัปดาห์ แต่จะหมดสิทธิ์ช่วยทีม เพราะจะเริ่มติดโทษบแน 3 เกม หลังถูกไล่ออกในเกมเชือด เบอร์มิ่งแฮม 2-1 เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว 


    สถิติที่น่าสนใจ


    Head-to-head


     * ระหว่างปี 1994 และ 2006 อาร์เซน่อล เอาชนะ แมนฯ ซิติ้ 7 เกมติดต่อกันที่บุกเยือน


     * อย่างไรก็ตาม 4 เกมหลังสุดที่เรือใบสีฟ้าเจอกับปืนใหญ่ในบ้าน เป็นเจ้าถิ่นที่เก็บชัยได้ถึง 3 ครั้ง


    แมนฯ ซิตี้


     * สองประตูของ คาร์ลอส เตเบซ ในเกมเชือด แบล็คพูล ทำให้เขาเป็นนักเตะอเมริกาใต้ที่ทำประตูได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก ที่ 56 ลูก มากกว่า กุส โปเยต์ 2 ประตู


     * เตเบซ ยิงได้ถึง 28 ประตู จาก 31 เกมลีก และเจาะตาข่ายคู่ต่อสู้ไปแล้ว 7 ลูกจาก 12 ประตูที่ ซิติ้ ทำได้


    อาร์เซน่อล


     * ไอ้ปืนใหญ่เสียประตูทุกเกมตลอด 15 นัดหลังสุดทุกรายการ ครั้งสุดท้ายที่ อาร์เซน่อล ไม่เสียประตูก็คือเกมเสมอ แอสตัน วิลล่า 0-0 เมื่อวันที่ 27 เดือนมกราคม


     * เด็กปืนชนะแค่ครั้งเดียวจาก 8 เกมเยือนหลังสุดในพรีเมียร์ลีก


     * อาร์เซน่อล มีโอกาสยิงประตูคู่ต่อสู้ถึง 121 ครั้ง มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก  


    11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม  


         แมนฯ ซิตี้ (4-4-2) :โจ ฮาร์ท ; เจอโรม บัวเต็ง, วินเซนต์ กอมปานี, โจลีออน เลสคอตต์, เวย์น บริดจ์ ; เจมส์ มิลเนอร์, เดอ ย็อง, แกเร็ธ แบรี่, ดาวิด ซิลบา ; เอ็มมานูเอล อเดบายอร์, คาร์ลอส เตเบซ,


         อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ; เอ็มมานูเอล เอบูเอ้, โยฮันน์ เฌอรู, เซบาสเตียง สกิลลาชี่, กาแอล กลิชี่ ; อาบู ดิอาบี้, เดนิลสัน ; ธีโอ วัลค็อตต์, เชส ฟาเบรกาส, อังเดร อาร์ชาวิน ; มารูอาน ชามัคห์


    police วิเคราะห์ / ฟันธง
      
         3 เกมหลังสุดที่ อาร์เซน่อล บุกมาเยือน ปรากฏว่า แพ้เละกลับออกไปทุกนัด โดนอัดไป 10 ตุง อีกทั้งเรือใบแข็งแกร่งขึ้นมามาก โดยเฉพาะเกมในถิ่น ที่กำลังเครื่องติด ไม่แพ้ใครมา 7 เกมติดต่อกัน ผิดกับ ปืนใหญ่ที่มักจะมีปัญหา เวลาออกนอกบ้าน เผชิญหน้ากับทีมระดับเดียวกัน นักเตะก็หมุนเวียนกันเจ็บ

         ดูแล้ว ซิติ้ ทีเล่นกันค่อนข้างแน่นอน และอยู่ในช่วงมั่นใจ เกรดนักเตะอาจจะเหนือกว่า ผู้มาเยือนด้วยซ้ำ ดังนั้น ทีมเยือน ไม่ค่อยน่าไว้ใจยามเขอกับทีมมตราฐานสูงๆ แถมยังแพ้ทางกันอยู่ จึงแนะให้ต่อ แมนฯ ซิติ้ ดีกว่า น่าจะเฉือนเข้าป้ายไปได้.........

    >>>
        


              


  • วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล -vs- แบล็คเบิร์น


  •     


  • teamdivisionteam


    ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 


    ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ


    ลิเวอร์พูล (19) -VS- แบล็คเบิร์น (16)................(00.00)


    สนาม : แอนฟิลด์
    ราคาบอล : ลิเวอร์พูล ต่อ ครึ่งควบลูก


    การพบกันล่าสุด


    28/02/10 ลิเวอร์พูล ชนะ แบล็คเบิร์น 2-1
    05/12/09 แบล็คเบิร์น เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0
    11/04/10 ลิเวอร์พูล ชนะ แบล็คเบิร์น 4-0
    06/12/08 แบล็คเบิร์น แพ้ ลิเวอร์พูล 1-3
    13/04/08 ลิเวอร์พูล ชนะ แบล็คเบิร์น 3-1


    ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม


    ลิเวอร์พูล
    22/10/10 เสมอ นาโปลี 0-0 เยือน พรีเมียร์ลีก
    17/10/10 ชนะ ลิเวอร์พูล 2-0 เหย้า พรีเมียร์ลีก
    03/10/10 แพ้ แบล็คพูล 1-2 เหย้า พรีเมียร์ลีก
    01/10/10 เสมอ อูเทร็คท์ 0-0 เยือน ยูฟ่า ยูโรป้าลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเค
    25/09/10 เสมอ ซันเดอร์แลนด์ 2-2 เหย้า พรีเมียร์ลีก


    แบล็คเบิร์น
    19/10/10 เสมอ ซันเดอร์แลนด์ 0-0 เหย้า พรีเมียร์ลีก 
    02/10/10 แพ้ สโต๊ค 0-1 เยือน พรีเมียร์ลีก
    25/09/10 ชนะ แบล็คพุล 2-1 เยือน พรีเมียร์ลีก
    23/09/10 แพ้ แอสตัน วิลล่า 1-3 เยือน ลีกคัพ
    18/09/10 เสมอ ฟูแล่ม 1-1 เหย้า พรีเมียร์ลีก 


    ความพร้อมล่าสุด


         รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือเก้าอี้ร้อน หงส์แดง ลิเวอร์พูล อยู่ในช่วงวิกฤติ นอกจากทีมเพิ่งเปลี่ยนเจ้าของใหม่แล้ว ผลงานยังจมดิ่ง อันดับในพรีเมียร์ลีกจมอยู่รองบ๊วย ด้านความพร้อม เฮดโค้ชจอมเก๋า จะเรียกบรรดาผู้เล่นแข้งหลักกลับสู่ทีม หลังได้พักเมื่อกลางสัปดาห์ในศึก ยูโรปา ลีก โดย เจอร์ราร์ด กับ ตอร์เรส จะกลับมาเป็น 11 ตัวจริงอีกครั้ง


         เช่นเดียวกับ ราอูล เมยเรเลส กับ ลูคัส ที่ได้พักเกมเจ๊า นาโปลี คนใดคนหนึ่งน่าจะมีชื่อตั้งแต่นาที่แรก ขณะที่ เกล็น จอห์สัน พลาดลงสนามสองนัดที่ผ่านมาเพราะเจ็บขา แต่เกมนี้คาดว่าจะฟิตลงเล่นได้ รวมทั้ง ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ กองหลังเดนมาร์ก น่าจะผ่านฟิตมีชื่อในเกมนี้ แต่ เดิร์ก เคาท์ ข้อเท้าพัง ต้องพักยาวหลายเดือน 


         ด้าน แซม อัลลาไดซ์ กุนซือร่างใหญ่กุหลาบไฟแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส หมดสิทธิ์ใช้งาน คริสโตเฟอร์ แซมบ้า กองหลังคนสำคัญ ที่จะติดโทษแบน หลังโดนใบแดงในเกมเจ๊าแมวดำ0-0 เมื่อคืนวันจันทร์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ไรอัน นีลเซ่น อีกหนึ่งตัวรับทีมชาตินิวซีแลนด์ น่าหายเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาลงช่วยทีมได้ คาดว่าเจ้าตัวน่าจะปักหลักคู่กับ กาแอล ชิเว่ต์ ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ


         นอกจากนี้ กุหลาบไฟ จะต้องเช็กฟิต เบนจานี่ ที่มีอาการกระทบกระเทือนทางศรีษะ ในเกมกับซันเดอร์แลนด์ ทั้งที่ถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรอง ขณะที่ คีธ แอนดรูวส์ ผ่าตัดโคนขาหนีบ ต้องพักต่อไป ขณะที่ เดวิด ดันน์ น่าจะออกสตาร์ทเป็นแค่ตัวสำรอง เพราะความฟิตยังไม่เต็มร้อย


    สถิติที่น่าสนใจ


    Head-to-head


     * ลิเวอร์พูล เพิ่งจะพ่าย แบล็คเบิร์น เพียงครั้งเดียว จากทั้งหมด 23 เกมลีกหลังสุด(0-1 ที่อีวู๊ดปาร์ค 2006)


     * กุหลาบไฟบุกไปชนะหงส์แดงถึงแอนฟิลด์ เพียงครั้งเดียวในรอบ 16 เกม คือเกมลีกเดือนพฤศจิกายน 1993 ไมค์ นีเวลล์ เป็นประตูชัย


    ลิเวอร์พูล


     * เฟร์นานโด ตอร์เรส เพิ่งทำประตูไดแค่ลูกเดียวในรอบ 10 เกมทุกรายการในฤดูกาลนี้


     * หงส์แดงเสียถึง 9 ประตู จาก 4 เกมหลังสุด


     * ลิเวอร์พูลเพิ่งชนะเกมเดียวจาก 10 เกมลีกหลังสุด


    แบล็คเบิร์น


     * เกมเสมอ ซันเดอร์แลนด์ 0-0 เป็นเพียงเกมเดียวจาก 9 เกมหลังสุดทุกรายการที่พวกเขาไม่เสียประตู


     * โรเวอร์ส เป็นทีมที่โยนบอลมากที่สุดในลีกที่ 22 % 


    รายชื่อ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม


         ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : โฆเซ่ มานูเอล เรน่า ; เกล็น จอห์สัน ; เจมี่ คาร์ราเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, พอล คอนชอสกี้ ; คริสเตียน โพลเซ่น, ราอูล เมอเรเลส ; มักซี่ โรดริเกซ, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, โจ โคล ; เฟร์นานโด ตอร์เรส


         แบล็คเบิร์น (4-5-1) : พอล โรบินสัน ; มิเชล ซัลกาโด้, ไรอัน เนลเซ่น, กาแอล ชิเว่ต์, มาร์ติน โอล์สสัน ; เอล ฮัดจิ ดิยุฟ, สตีเฟ่น เอ็นซ็องซี่, ฟิล โจนส์, แบร็ต เอเมอร์ตัน, มอร์เท่น กัมพ์ พีเดอร์เซ่น ; นิโกล่า คาลินิช


    police วิเคราะห์ / ฟันธง


         หงส์แดงยังคงไม่ฟื้น และทางเลือกในเกมนี้คือ 3 คะแนนเท่านั้น ซึ่ง ฮ็อดจ์สัน พักตัวหลักในเกมยุโรปหลายคน แสดงให้เห็นว่า เกมนี้พลาดไม่ได้ มาเจอกับ แบล็คเบิร์น ที่เป็นบอลแพ้ทาง และหงส์แดงมักจะเก็บกินตลอด ทุกครั้งที่เจอกัน อีกทั้งสถานการณ์บีบให้เจ้าบ้านต้องชนะ ดังนั้นเชื่อว่า น่าจะถึงวันของหงส์แดงเสียที จากราคาต่อไม่แพงนักที่ครึ่งควบลูก ยังน่าวางเจ้าถิ่น ที่น่าจะมีอย่างน้อยหนึ่งมุม จากสถาการณ์ที่บีบอย่างหนัก................

    Credit :
    http://www.lomtoe.com/home.php
       


    Image

           

  • เครดิต :
     

    ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
    กระทู้เด็ดน่าแชร์