เสือ(เตี้ย) - สิง(โต) - กระทิง - ดัตช์

ช่วงเวลาที่โดนล้อมหน้ารุมหลังไปด้วยโปรแกรมสอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2010 แบบอัดแน่นอย่างงี้ ทำให้อดรนทนไม่ไหวที่จะลงลึกรายละเอียดเพื่อซาบซึ้งถึงสถานการณ์ต่างๆที่หลายชาติกำลังประสบกันอยู่


@โดยเฉพาะทัพลูกหนังอาร์เจนตินา ที่ไม่อยากให้เป็นเพียงผู้ชมในเวิลด์ คัพ ฉบับซาฟารี กลางปีหน้า 


@ตามที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า พลพรรคฟ้า-ขาว ได้ขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 4 ของชาร์ตบอลโลก ละตินอเมริกา หลังโกงความหายนะพิชิต เปรู สุดบีบหัวใจ ด้วยประตูปลิดชีพตอนทดเจ็บ แต่ในเมื่อยังเหลืออีกหนึ่งเกมสำคัญรออยู่ที่มอนเตวิเดโอ ก็เท่ากับว่า ดีเอโก้ มาราโดน่า ยังต้องระวังตัวเต็มพิกัด เพื่อเก็บหนึ่งแต้มกลับมาตุภูมิให้ได้ ตามเงื่อนไขที่เพียงพอ หากไม่เกิดตลกร้ายขึ้นในเกมระหว่าง ชิลี กับ เอกวาดอร์ ซึ่งทีมเยือนต้องชนะให้ได้สถานเดียว และจำเป็นต้องเร่งผลิตสกอร์ให้เบ่งบานมากที่สุด ในกรณีที่ อุรุกวัย ไม่ประสบชัยชนะ


@หมากเตะล่าสุดของ เสือเตี้ย ทำให้เกิดเครื่องหมายคำถามตัวเบิ้มเรื่องของแนวรับ เพราะการสอดประสานของคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ โรลันโด้ ชิอาวี่ กับ กาเบรี่ยล ไอน์เซ่ ยังเต็มไปด้วยจุดบกพร่อง เช่นเดียวกับฟูลแบ็กสองฝั่ง แม้ตามข่าวจะมีการเปลี่ยนให้ มาร์ติน เดมิเคลิส และ นิโคลัส โอตาเมนดี้ ลงทำหน้าที่แทน โฮนาส กูร์เตียเรซ และ เอมิลิอาโน่ อินซัว ก็ตาม


@ขนาดเจอ เปรู ทีมบ๊วยที่เกมรุกอ่อนปวกเปียก ยังต้องกระเสือกกระสนหัวซุกหัวซุน และนี่ต้องมารับมือคู่หัวหอกแถวหน้าของภูมิภาคอย่าง ดีเอโก้ ฟอร์ลัน กับ หลุยส์ ซัวเรซ มีหวังงานเข้าทั้งแผนกแบ็กโฟว์ รวมทั้งกัปตันทีม ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ก็คงไล่ล่าตัดเกมกันเหนื่อยลิ้นห้อยแน่นอน โดยเฉพาะคัมแบ็กจากโทษแบนของ ฮวน เซบาสเตียน เวรอน ซึ่งหนักไปทางเดินปั้นเกมซะมากกว่า


@ลิโอเนล เมสซี่ ยังโดดเดี่ยวในแดนหน้า แม้มี กอนซาโล่ อิกวากิน เป็นพาร์ทเนอร์ แต่ที่สิ่งเห็นบ่อยครั้งในชุดฟ้า-ขาว คือไร้ตัวมาคอยสนับสนุน (แตกต่างจากตอนสวมเครื่องแบบบาร์เซโลน่าสิ้นเชิง) และบังคับให้ต้องฉายเดี่ยวเลี้ยงตะลุย - อุปสรรค 1-2 คนยังพอไหว แต่มาถึงด่าน 3 ก็มีอันต้องหยุด ทั้งรูปแบบการสกัดเนียนๆและตัดฟาวล์ก่อนถึงพื้นที่อันตราย


@ไม่ขอนับผลงานเกมอุ่นเครื่องกับ กานา ที่เต็มไปด้วยตัวโนเนม - อาร์เจนตินา ในคอนโทรลของ มาราโดน่า เสียประตูมาต่อเนื่อง 5 เกมนับสต็อป แล้วเมื่อลงทำศึกคัดบอลโลก ในฐานะทีมเยือน พวกเขาก็แพ้ต่อ เอกวาดอร์ และ ปารากวัย แบบเกมศูนย์มาใน 2 นัดหลัง


@สถิติดังกล่าวมันฟ้องชัดเจนให้เห็นถึงวิกฤติที่เกาะกินทีมของ เสือเตี้ย มายาวนาน และหากเทรนด์ตัวร้ายนี้ ยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้กระเตื้องขึ้น  นักรบลูกหนังฟ้า-ขาว มีสิทธิ์สูงที่จะกลับบ้านแบบมือเปล่า 


@พร้อมกับต้องไปหวังพึ่งสปิริตของ ชิลี ที่ลอยตัวไปแอฟริกาใต้แล้ว ช่วยจัดการกำจัดความหวังของ เอกวาดอร์ ให้สิ้นซาก และ อาร์เจนตินา ก็ต้องจำใจรับตั๋วไปเล่นเพลย์ออฟกับเบอร์ 4 คอนคาเคฟ แม้ใครจะมองว่ายังไงก็เหนือกว่า แต่ลูกกลมๆที่ต้องลุ้นกันเหย้า-เยือน 2 นัด มันไม่มีอะไรแน่นอนหรอกครับ


@คำพิพากษาจากมอนเตวิเดโอ จะประกาศให้สาวกฟ้า-ขาวทราบกันตอนเช้าวันพฤหัสฯ แต่ยามวิกาลวันพุธยังมีประเด็นให้ติดตามในโซนยุโรป ไล่ตั้งแต่ ขวัญใจมหาชน อังกฤษ จะปิดฉากรอบคัดเลือก กับ เบลารุส ที่เวมบลีย์ โดย ฟาบิโอ คาเปลโล่ มี 3 เรื่อง 3 ตำแหน่งให้คบคิด เริ่มที่นายทวาร โรเบิร์ต กรีน ติดแบน - เดวิด เจมส์ ไม่ฟิต โดย เบน ฟอสเตอร์ ที่ฟอร์มรูด และ โจ ฮาร์ท เป็นสองทางให้เลือกเสี่ยง


@นอกจากนี้ยังต้องหาตัวแทนทางกราบซ้ายของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ซึ่งเจ็บตัวจากเกมช้ำใจพ่าย ยูเครน และ เจมส์ มิลเนอร์ มีสิทธิ์ได้ลงพิสูจน์ตัวเอง เช่นเดียวกับ ปีเตอร์ เคร้าซ์ และ กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ ในตำแหน่งคู่หัวหอกขัดตาทัพ เมื่อเจ้าของสัมปทาน เวย์น รูนี่ย์ ถอนร่างอวบกลับไปแมนเชสเตอร์แล้ว


@หลายๆคนตอนไม่ได้โชว์ผลงานก็โอดโอยร้องหาโอกาส และครานี้เมื่อมันมากองตรงหน้า ก็ขึ้นอยู่ใครจะระเบิดศักยภาพไขว่คว้าลาภลอยได้ดีกว่ากัน


@สิงโตคำราม เพิ่งสูญเสียสถิติชนะรวดในรอบคัดเลือก แต่ สเปน ยังรักษาเลขสวยเต็มร้อย และภารกิจทิ้งทวนต้องไปเยือน บอสเนียฯ อันดับสอง ที่จองตั๋วเพลย์ออฟเรียบร้อย โดย บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ขาดอาวุธหนักอย่างศูนย์หน้ามหาประลัย ดาบิด บีย่า และยอดเพลย์เมกเกอร์ ชาบี เอร์นานเดซ ที่พร้อมใจเดี้ยง


@ปัญหาแดนกลางยังมีตัวช่วยมากมายพร้อมเสียบ แต่กองหน้าเหลือเพียงหอกใหม่ อัลบาโร่ เนเกรโด้, ฆวน มานูเอล มาต้า ที่ไม่ใช่ดาวยิงโดยธรรมชาติ รวมทั้ง เฟร์นานโด ตอร์เรส ในสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์เท่าไหร่นัก


@ท่ามกลางความไม่พร้อมต่างๆนานา ขุนพลกระทิงดุ ยังหวังเผด็จศึกคู่แข่งให้ได้ เพื่อเรคคอร์ดชนะ 10 แมตช์โก้หรูสุดขีดของยุโรป เหนือกว่า ฮอลแลนด์  แชมป์กลุ่ม 9 ที่เข้ารอบเป็นชาติแรกและเสร็จภารกิจไปตั้งนานแล้ว เลยวางแผนเดินสายอุ่นเครื่องไปเรื่อยๆ


@แต่เมื่อวันเสาร์แมตช์วอร์มแข้งที่แนวรุกขาดตัวจัดจ้านทั้ง อาร์เยน ร็อบเบน และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ จบลงแบบไร้สกอร์ กับ ออสเตรเลีย แม้ว่าจะครองบอลขับเคลื่อนเกมได้เหนือกว่าชัดเจน


@เบิร์ต ฟาน มาร์ไวก์ แม่ทัพออรันเย่ ค่อนข้างหงุดหงิดกับผลลัพธ์จากซิดนีย์ ซึ่งทำให้ ฟลายอิ้ง ดัตช์แมน หยุดสถิติยิงประตูคู่แข่งต่อเนื่องไว้แค่ 26 เกม และบทเรียนดังกล่าวก็คือการบ้านที่เขาต้องนำไปปฏิวัติทีมในความดูแลให้มีเด็ดขาดเฉียบคมมากกว่าเดิม เมื่อแหย่เท้าเหยียบบนสมรภูมิแข้ง เซาธ์ แอฟริกา 2010


ไม่ใช่ว่าดีแต่ป้อ แต่ล่อ(เป้า)ไม่เป็นแบบนี้...


 *เปริมี่*


เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้