สัปดาห์ดับ โอเว่น

       ความจริงแล้วชัยชนะสบายเกือกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหนือ เอฟเวอร์ตัน เมื่อราตรีแห่งเสาร์ที่ผ่านมา น่าจะกระชากเรตติ้งให้ ไมเคิ่ล โอเว่น ได้อักโข ในฐานะพรีเมียร์ลีก แมตช์แรก ที่ลงเล่นให้ผีแดงฟูลไทม์ตั้งแต่ต้นยันสิ้นเสียงนกหวีดจากผู้ตัดสิน


ก่อนหน้านั้นมีเพียงนัดเดียวที่ เบบี้โกล สวมชุดเร้ด เดวิลส์ลงแข่งแบบครบเกม ในวันไล่ตีเสมอ ซีเอสเคเอ มอสโก 3-3 และคว้าตั๋วไปลุยรอบน็อกเอาต์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วนโอกาสอื่นๆมีเพียงแค่ 5 ครั้งที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ส่งอดีตลูกหม้อหงส์แดงลงเป็นตัวจริง โดย 2 หนในจำนวนนั้นเป็น คาร์ลิ่ง คัพ ซึ่งรายล้อมด้วยขุมกำลังสำรองและลูกกรอกคะนองรอวันแจ้งเกิด


ไม่ต้องบอกก็สามารถเดากันได้ว่าสาเหตุที่ผลักดันให้ โอเว่น เดินเข้ามาร่วมค่ายอสูร คือต้องการคัมแบ็กสู่สารบบทีมชาติอังกฤษ แม้ว่าหลายครั้งเขาจะพยายามออกตัวว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกต่างหากที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในอาณาจักรโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด


เทียบจากชาติตระกูลและประวัติรอยสตั๊ดสังหารตาข่ายในวันวาน คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ ไมเคิ่ล โอเว่น แต่สังขารและรอยบอบช้ำจากอาการบาดเจ็บขั้นรุนแรงตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้ฉุดความปราดเปรียวว่องไวอันเป็นจุดเด่นของเขาไปเกือบหมดเกลี้ยง และนั่นก็ทำให้ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ไม่กล้าเสี่ยงเดิมพันเรียกตัวมาใช้งานในชุดสิงโตคำราม 


การดิ้นรนสุดชีวิตของ โอเว่น มีจุดปลายทางอยู่ที่การได้ตะลุยเวิลด์ คัพ 2010 ที่แอฟริกาใต้ แต่นับวันแนวโน้มความไปได้ยิ่งห่างไกลกับความเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าค่าเฉลี่ยรายบุคคลของเขาจะดีเยี่ยมอยู่ที่การยิง 4 ประตูจาก 16 เกมที่ลงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตัวสำรอง


แต่หากคิดตัวเลขแบบเป๊ะๆประตูของ โอเว่น จะเกิดทุกๆ 135 นาที (ราวๆ 1 นัดครึ่ง) ที่อยู่ในสังเวียนแข้ง และแทบจะเป็นสถิติดีที่สุดของลีกไปเสียแล้ว


หัวหอก 29 กะรัต อ้างถึงสถานการณ์ตอนนี้ว่าเหมือนครั้งอำลาบ้านเกิดไปวาดลวดลายขายแข้งกับ เรอัล มาดริด ในสเปน คือค่าเฉลี่ยของการพังสกอร์กับการลงสนามอยู่ในสมดุลย์ที่ดี แต่โดนมองว่าล้มเหลวตรงที่ไม่สามารถลบภาพชินตาบนม้านั่งสำรองและสอดแทรกไปเป็นตัวจริงไม่สำเร็จ ก่อนซมซานกลับแผ่นดินมาตุภูมิพร้อมด้วยสถิติทะลวง 16 ประตูจาก 43 นัดในหนึ่งฤดูกาลภายใต้เครื่องแบบราชันชุดขาว


ซูเปอร์ซับเป็นสถานภาพปัจจุบันที่ โอเว่น เป็นอยู่ในหมากของ เฟอร์กี้ และนั่นคือสิ่งขัดแย้งสิ้นเชิงกับเกณฑ์พิจารณาที่ ดอน คาเปลโล่ ตั้งไว้สำหรับสมาชิกชุดลุยเวิลด์ คัพ ฉบับซาฟารี


คุณสมบัติเบื้องต้นที่ แม่ทัพเลือดอิตาเลียน ตั้งสเป็กไว้สำหรับการคัดเลือกหน่วยล่าสังหารเฉพาะหน้า บางที โอเว่น อาจมีไม่ครบถ้วน แม้เวลานี้จะแก้ปัญหาเรื่องความฟิตได้หมดจดแล้ว แต่สถานภาพกับต้นสังกัดมันไม่ส่งเสริมเครดิตเท่าที่ควร โดยเฉพาะเมื่อยกไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งแย่งโควตาหอกผู้ดีรายอื่นๆอย่าง เจอร์เมน เดโฟ หรือ ดาร์เรน เบนท์ ก็ยิ่งดูไม่จืดกันไปใหญ่


ทั้ง เดโฟ และ เบนท์ ต่างเป็นมือปืนอันดับต้นๆของ สเปอร์ส และ ซันเดอร์แลนด์ ตามลำดับ แถมเมื่อวีกเอนด์ที่ผ่านมายังสร้างชื่อเพิ่มความดีความชอบใส่ตัวได้อีกอื้อซ่า


โดยเฉพาะ หอกไก่เดือยทอง ที่จัดการกระทุ้ง 5 ดอกเน้นๆในเกมไล่ถล่ม วีแกน 9-1 ทำให้มีดีกรีผู้นำดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก 11 ประตูพ่วงท้ายเสริมบารมีไปอีกด้วย


ส่วน ดาวยิงแมวดำ กระหน่ำประตูโทนในปฏิบัติการหักกระบอกเดอะ กันเนอร์ส และเป็นทำสถิติสังหารตาข่ายบิ๊กโฟร์ได้เรียบวุธไล่ตั้งแต่ เชลซี (แพ้ 1-3 เมื่อ 18 สิงหาคม), แมนฯ ยูไนเต็ด (เสมอแบบน่าชนะ 2-2 เมื่อ 19 กันยายน), ลิเวอร์พูล (ชนะ 1-0 ซัดเต็มข้อลูกกระแทกบีซบอลเข้าตุงตาข่าย เมื่อ 3 ตุลาคม) และ อาร์เซน่อล (ชนะ 1-0 เมื่อเสาร์ที่แล้วนั่นไง)


หาก คาเปลโล่ หวังจะเห็นพัฒนาการจากบรรดากองหน้าที่เรียงคิวมาให้เรียก นอกเหนือจาก เวย์น รูนี่ย์ ที่เป็นตัวยืนแล้ว ก็เห็นจะมี เดโฟ และ เบนท์ นี่แหละ ซึ่งสามารถสนองความปราถนาของเขาได้ เพราะอย่างน้อยการได้ลงสนามต่อเนื่อง มันก็ยืนยันได้ถึงสภาพร่างกายอันแข็งแกร่ง และหากฟอร์มการเล่นเข้าฝัก ก็จะช่วยเติมเต็มความเชื่อมั่นทางจิตใจอีกทางด้วย


บทบาทในทัพอสูรของ เบบี้โกล ไม่ต่างจากสิ่งที่ เอมิล เฮสกี้ กำลังเผชิญอยู่กับ แอสตัน วิลล่า คือสตาร์ตเกมบนม้านั่งสำรองบ่อยครั้ง และบังเอิญเหลือเกินที่ เจ้าบรูโน่ ลงมาทำหน้าซูเปอร์ซับพังประตูช่วย สิงห์ผงาด ตีเสมอ เบิร์นลี่ย์ ได้อย่างหวุดหวิด เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว


แต่สิ่งที่ เฮสกี้ มีภาษีดีกว่า โอเว่น เมื่อสวมชุดทีมชาติอังกฤษ ก็คือผลงานและคุณประโยชน์ที่ปรากฏในสนามจน คาเปลโล่ ติดอกติดใจยกตำแหน่งคู่ขาเบอร์แรกของ รูนี่ย์ ไปครอบครอง แต่หากสถานการณ์ใน
วิลล่า พาร์คยังง่อนแง่น ก็มีสิทธิ์โดนถอดถอนความไว้วางใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ ปีเตอร์ เคร้าซ์ แสดงความคืบหน้าให้เห็นว่าเขาพร้อมสุดขีดที่จะกระโดดจากแพลน บี มาอยู่ในกุลยุทธหมายเลขหนึ่งของเฮดโค้ชอิตาเลียน


ยังถือว่าเป็นโชคดีของ โอเว่น นะที่ไม่มีสกอร์ของ คาร์ลตัน โคล ศูนย์หน้าสิงโตคำรามอีกหน่อบนสังวียนเคซี สเตเดี้ยม ซึ่ง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด บุกเสมอ ฮัลล์ ซิตี้ หนุกหนาน 3-3 มิฉะงั้น อดีตเจ้าของบัลลง ดอร์ 2001 คงทำใจลำบากยิ่งกว่านี้


ไม่ว่า ฟาบิโอ คาเปลโล่ จะหนีบกองหน้าไปแอฟริกาใต้ 4 หรือ 5 คน โอกาสของ ไมเคิ่ล โอเว่น ก็ยังดูเลือนลาง เนื่องด้วยหลากหลายปัจจัยและเหตุผล นอกเสียจากเขาจะสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมปีศาจแดง แล้วค่อยอาศัยการเล่นกับ รูนี่ย์ ได้สอดคล้องรู้ใจเป็นวีซ่าทางลัดกระโจนสู่เครื่องแบบทรี ไลอ้อนส์


นั่นเป็นหนทางและฟางเส้นสุดท้ายที่ โอเว่น จะเรียกคะแนนจาก คาเปลโล่ ได้แบบเข้าตากรรมการในช่วงไคลแมกซ์ แต่หากผิดไปจากนี้ หรือพระเอกหลังเกมพรีเมียร์ลีกยังเป็น เจอร์เมน เดโฟ หรือ ดาร์เรน เบนท์ บ่อยๆเหมือนอย่างสัปดาห์ที่ผ่านมา


รับประกันซ่อมฟรีได้เลยว่าคงไม่มีใครเสียเวลานำชื่อของ ไมเคิ่ล โอเว่น, ทีมชาติอังกฤษ และ ฟาบิโอ คาเปลโล่มาเกี่ยวดองหรือพูดพาดพิงถึงให้ระคายหูซ้ำซากอีกแน่นอน

 ขอบคุณเนื้อหาข่าว Siamsport

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์