ตำนานซุปเปอร์ซัพแห่งปีศาจแดง 20LEGEND

color=#000000>ประวัติการค้าแข้งระดับสโมสร
ปี สโมสร
จำนวนนัด(ประตู)
1990-1994 เคล้าส์เนนเก้น 109(115)
1994-1996 โมลด์ 42
(31)
1996-2008 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 365
(126)

ประวัติการเล่นทีมชาติ
ปี สโมสร จำนวนนัด(ประตู)
1995-ปัจจุบัน
นอร์เวย์ 66 (24)

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เกิดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 1973
เปิดชาวนอร์วีเจี้ยนโดยกำเนิด ดาวเตะสมญานาม เพชฌฆาตหน้าทารก
เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ เคล้าส์เนนเก้น ทีมในระดับดิวิชั่น 3
ของลีกบ้านเกิดก่อนย้ายมาเล่นกับสโมสรโมลด์ เอฟเค
ทีมระดับพรีเมียร์ลีกนอร์วีเจี้ยนในปี 1994

โซลชา
ตัดสินใจจรดปากกากลายมาเป็นสมาชิกใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 1996
ภายหลังจากที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ ปีศาจแดง ชวดได้ตัว อลัน
เชียเรอร์ ศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษมาร่วมทีม

เริ่มแรกกองเชียร์ เร้ด
อาร์มี่
แทบไม่รู้จักหัวหอกรายนี้เลยรู้แต่เพียงว่าเป็นดาวยิงอนาคตไกลจากนอร์เวย์ที่ซัดประตู
31 ลูกจากการลงเล่น 42 แมตช์ให้ โมลด์ อย่างไรก็ตาม โซลชา
จัดการใช้ฝีเท้าคลายความสงสัยให้กับแฟนยูไนเต็ดด้วยการใช้เวลาเพียง 6
นาทีในนัดประเดิมสนามซัลโวประตูช่วยให้ทีมแบ่งแต้ม แบล็คเบิร์น 2-2 ในฤดูกาล
1996-97

ในฤดูกาลแรกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
โซลชาทำผลงานสุดยอดกระหน่ำตาข่ายคู่แข่งรวม 18 ตุงและมีส่วนสำคัญพา แมนฯยูไนเต็ด
คว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพ ประจำฤดูกาล 1996-1997
ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของซีซั่น

บรรดาสื่อมวลชนเมืองผู้ดีพากันขนานนามให้
โซลชา ว่าเป็น เพชฌฆาตหน้าทารก
เพราะมีสัญชาตญาณในการสังหารประตูอันเเฉียบขาดและหน้าตาที่ดูละอ่อนเกินวัย
นอกจากนั้นยังมีบางแห่งให้สมญานามดาวเตะนอร์วีเจี้ยนว่า ซูเปอร์-ซับ อีกด้วย
เนื่องจาก โซลชา
มักจะถูกส่งลงสนามช่วงท้ายเกมและยิงประตูได้เป็นประจำ

เหตุการณ์ที่สุดยอด
ซูเปอร์-ซับ บันทึกให้ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของสาวก เร้ด อาร์มี่
เกิดขึ้นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ปี 1999
โซลชาลงสนามมาเป็นตัวสำรองก่อนกดประตูชัยให้ แมนฯยูไนเต็ด พลิกสถานการณ์จากที่ตาม
0-1 กลับมาเฉือนชนะ บาเยิร์น มิวนิค 2-1
สร้างประวัติศาสตร์คว้าทริปเปิ้ลแชมป์มาประดับตู้โชว์ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
สำเร็จในปีดังกล่าว

อีกเหตุการณ์ที่ โซลชา
สร้างความประทับอันมิรู้ลืมให้กับแฟน ปีศาจแดง เกิดขึ้นในศึกพรีเมียร์ชิพ ฤดูกาล
1998/1999 เพชฌฆาตหน้าทารก ถูกส่งลงสนามมาแทน รอย คีน ในนาทีที่ 71
ก่อนใช้เวลาเพียง 12 นาทีสุดท้ายของเกม ตะบัน 4 ประตูช่วยให้ แมนฯยูไนเต็ด
บุกไปถลุง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ คาถิ่น ซิตี้ กราวนด์ 8-1


ความโชคร้ายมาเยือน โซลชา ในฤดูกาล 2003-2004
เมื่อเขาต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงบริเวณหัวเข่าจนต้องพักยาวกว่า 2
ฤดูกาล

ทว่าโชคดีที่ เฟอร์กูสัน
เล็งเห็นความสำคัญและมองถึงคุณงามความดีที่ได้สั่งสมมาจึงตอบแทนด้วยการยื่นสัญญาฉบับใหม่เป็นระยะเวลา
2 ปี ส่งผลให้ โอเล่ จะปักหลักค้าแข้งที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปจนอายุ 35 ปี
นอกเหนือจากสัญญาค้าแข้งดังกล่าวแล้ว เฟอร์กี้ ยังเผยแผนระยะยาวที่จะพัฒนา โซลชา
ก้าวขึ้นเป็นสต๊าฟโค้ชหลังจากแขวนสตั๊ดอีกด้วย ภายหลังเล็งเห็นแววตอนที่ โซลชา
สอนนักเตะเยาวชนที่โรงเรียนลูกหนังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ที่ประเทศฮ่องกงระหว่างทัวร์เอเชียในปี 2006

ปัจจุบัน โซลชา อาศัยอยู่ที่
บรามฮอลล์ ซึ่งอยู่ในเมืองแมนเชสเตอร์ แต่งงานแล้วกับแฟนสาวชื่อ ซิลเย่ มีลูกสองคน
ลูกชายชื่อ โนอาห์และลูกสาวชื่อ คาร์น่า
แต่น่าเสียดายที่นักเตะคนโปรดของเจ้าหนูโนอาห์นั้นไม่ใช่บิดาบังเกิดเกล้าของเขา
แต่ดันกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ประจำทีมอย่าง เวย์น รูนี่ย์ ไปเสียได้
โอเล กุนนาร์
โซลชา เพชฌฆาตหน้าทารกชาวนอร์เวย์ ปิดฉากอาชีพนักฟุตบอลอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
เมื่อวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา
หลังถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในครึ่งหลังของแมตช์เกียรติยศ ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เฉือน เอสปันญอล หวุดหวิด 1-0 โดยมีสาวกปิศาจแดงมาร่วมงานอำลาครั้งนี้ ที่
สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด อย่างเนืองแน่นถึง 68,868
คน
       
       
ด้าน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือชาวสกอตติช
กล่าวถึงลูกทีมคนเก่งที่เป็นผู้สังหารประตูชัยดับ บาเยิร์น มิวนิค 2-1
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปี 1999 ว่า “แม้วันนี้
โอเล่ จะถูกส่งลงสนามเพียงไม่นาน แต่เขาก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเหมือนเช่นเคย
นี่เป็นวันที่เต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม
และเขาสมควรได้รับการยกย่องอย่างแท้จริง”
       
       
ขณะที่ โซลชา เจ้าของงาน ซึ่งมีโอกาสใส่สกอร์ในเกมนี้แบบจะแจ้ง 2 ครั้ง แต่ถูก
คริสเตียน อัลบาเรซ นายทวาร “นกแก้ว” เซฟเอาไว้ได้ กล่าวคำส่งท้ายว่า
“ผมอยากยิงประตูในเกมสุดท้ายของผมที่จะได้เล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ด
แต่น่าเสียดายที่ทำไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม แม้ผมจะมีโอกาสลงเล่นแค่ 20 นาที
แต่นี่จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผมจะไม่มีวันลืม”
       
       
ทั้งนี้ โอเล กุนนาร์ โซลชา ย้ายจาก โมลด์ เอฟเค ทีมในบ้านเกิดมาอยู่กับ แมนฯ
ยูไนเต็ด เมื่อ 12 ปีก่อน ด้วยค่าตัวเพียง 1.5 ล้านปอนด์
ทว่าฝากผลงานยอดเยี่ยมด้วยการซัดไป 126 ประตูจาก 365 นัด
โดยที่มักจะเริ่มเกมด้วยการเป็นตัวสำรองเสียส่วนใหญ่

โอเล กุนนาร์ โซลชา
เพชฌฆาตหน้าทารกชาวนอร์เวย์ ปิดฉากอาชีพนักฟุตบอลอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
เมื่อวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา
หลังถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในครึ่งหลังของแมตช์เกียรติยศ ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เฉือน เอสปันญอล หวุดหวิด 1-0 โดยมีสาวกปิศาจแดงมาร่วมงานอำลาครั้งนี้ ที่
สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด อย่างเนืองแน่นถึง 68,868
คน
       
       
ด้าน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือชาวสกอตติช
กล่าวถึงลูกทีมคนเก่งที่เป็นผู้สังหารประตูชัยดับ บาเยิร์น มิวนิค 2-1
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปี 1999 ว่า “แม้วันนี้
โอเล่ จะถูกส่งลงสนามเพียงไม่นาน แต่เขาก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเหมือนเช่นเคย
นี่เป็นวันที่เต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม
และเขาสมควรได้รับการยกย่องอย่างแท้จริง”
       
       
ขณะที่ โซลชา เจ้าของงาน ซึ่งมีโอกาสใส่สกอร์ในเกมนี้แบบจะแจ้ง 2 ครั้ง แต่ถูก
คริสเตียน อัลบาเรซ นายทวาร “นกแก้ว” เซฟเอาไว้ได้ กล่าวคำส่งท้ายว่า
“ผมอยากยิงประตูในเกมสุดท้ายของผมที่จะได้เล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ด
แต่น่าเสียดายที่ทำไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม แม้ผมจะมีโอกาสลงเล่นแค่ 20 นาที
แต่นี่จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผมจะไม่มีวันลืม”
       
       
ทั้งนี้ โอเล กุนนาร์ โซลชา ย้ายจาก โมลด์ เอฟเค ทีมในบ้านเกิดมาอยู่กับ แมนฯ
ยูไนเต็ด เมื่อ 12 ปีก่อน ด้วยค่าตัวเพียง 1.5 ล้านปอนด์
ทว่าฝากผลงานยอดเยี่ยมด้วยการซัดไป 126 ประตูจาก 365 นัด
โดยที่มักจะเริ่มเกมด้วยการเป็นตัวสำรองเสียส่วนใหญ่









เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้