Jim Boardman...หยุดหลอกตัวเอง แล้วปลดรอยซะ (บทความ)



เมื่อเจ้าของทีมลิเวอร์พูลนั่งลงต่อหน้ากล้องที่ถ่ายทอดสดเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ พวกเร้ว่าพวกเขาจะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับผู้จัดการทีม และพวกเขาก็รู้ด้วยเช่นกันว่าพวกเขาคงจะไม่สามารถตอบคำถามใดๆที่จะตรงกับสิ่งที่แฟนบอลอยากจะฟังได้อย่างเคลียร์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ว่าพวกเขาวางแผนที่จะทำอะไรกับรอยฮอดจ์สัน พวกเขาจะไม่พูดถึงเรื่องการปลดออกจากตำแหน่งนอกเสียจากว่ามันเกิดขึ้นแล้ว พวกเขาจะไม่พูดถึงการหาใครมาแทนที่ นอกเสียจากว่าคนที่มาแทนได้ตกลงเซ็นสัญญาและเริ่มต้นทำงานแล้ว

นั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องตอบคำถามโดยออกแนวปกป้องฮอดจ์สันอันว่าด้วยเรื่องผลงานที่เริ่มต้นฤดูกาลได้ย่ำแย่ที่สุดในรอบหลายๆปี ทางประธานอย่างทอมเวอร์เนอร์เลือกที่จะแก้ตัวแทนรอยว่าเขายังมีเวลาไม่มากพอที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆให้เร็วทันใจ เขาตอบว่า เรารู้สึกว่าเราเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ และรอยก็เพิ่งเข้ามาก่อนเราแป๊บเดียว ไม่มีใครหรอกที่จะพอใจกับผลงานที่เป็นอยู่ตอนนี้ แน่นอนที่สุดรอยก็ไม่พอใจ ” นั่นคือสิ่งที่เวอร์เนอร์กล่าว

พวกเขารู้ว่าคำถามต่างๆจะพุ่งเข้ามาเรื่อยๆ เพราะงั้นบางทีการตอบคำถามใดๆในเรื่องนี้น่าจะมีการเตี๊ยมกันมาก่อนที่จะมีการออกอากาศ แต่แม้ว่าประสบการณ์การออกสื่อของทอมเวอร์เนอร์จะมากมาก แต่ก็มีหลุดบ้างจนจอห์น เฮ็นรี่ต้องเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ในบางช่วง

เวอร์เนอร์กล่าวว่า: “เราต่างรู้ดีว่าเราต้องโชว์ฟอร์มให้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเป็นทีมเยือน ผมได้รับรู้สถิติว่าทีมภายใต้การคุมของราฟาตอนนั้นเราชนะเพียงแค่เกมเดียวในปี 2010”

ครับทอมเกือบจะพูดถูกหมด แต่เขาพลาดเพียงประโยคเดียวก็คือ การเล่นเป็นทีมเยือน”. จอห์น เฮ็นรี่เลยต้องเข้ามาแก้ให้เขาว่า “เออคุณหมายถึง การที่ต้องไปเล่นเป็นทีมเยือนใช่มั๊ย?.”

เวอร์เนอร์ก็ไหวตัวทันเลยรีบแก้ว่า: “ครับ การไปเล่นเป็นทีมเยือน”

เฮ็นรี่ก็มาแจงให้ชัดอีกทีเพราะเดี๋ยวจะหาว่าไม่ทำการบ้านกันมาว่า ครับในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล เราชนะเพียงแค่เกมเดียวในเก้าเกมของการเล่นเป็นทีมเยือน”

ทางพิธีกรอย่างแม็ตต์ คริตช์ลีย์ก็พยายามแก้ให้เจ้านายกันอีกนิดหน่อยว่า ก่อนจะปล่อยไก่มากกว่านี้ จริงๆแล้วเราชนะสองเกมในฐานะทีมเยือนเมื่อปี 2010”

ผลงานที่ย่ำแย่ในฤดูกาลก่อนที่ลิเวอร์พูลจบด้วยอันดับเจ็ด ถูกแจงโดยสมาชิกกลุ่มผู้บริหารว่าได้ทำการตกลงใจ และจากความยินยอมของราฟา เรื่องการยกเลิกสัญญากัน จริงๆแล้วพวกเขาควรจะคาดหวังตัวแทนที่ดีกว่ากับรีซอร์สที่มีอยู่ ไม่งั้นเราจะเปลี่ยนผู้จัดการทีมไปเพื่ออะไร? แต่จากผลงานก็ไม่เห็นว่ารอยจะทำอะไรได้ดีกว่า ตรงข้าม ผลงานยังแย่กว่าอีก

การที่เจ้าของทีมพยายามปกป้องรอยด้วยการยกอ้างเรื่องการเล่นเป็นทีมเยือนเก้านัดสุดท้ายของฤดูกาลก่อนที่รอยจะมาคุม ตรงนี้น่าที่จะชัดเจนว่าพวกเขาพยายามทำการเปรียบเทียบเพื่อช่วยเหลือรอยเต็มที่ เพราะรอยเองก็คุมทีมเล่นเป็นทีมเยือนได้เก้านัดในฤดูกาลนี้แล้วเช่นกัน

เก้าเกมที่ต้องเล่นเป็นทีมเยือนในฤดูก่อนหน้านี้ที่เราเห็นๆกัน ลิเวอร์พูลชนะเพียงแค่นัดเดียว เสมอไปห้า แพ้ไปสาม รวมไปถึงความพ่ายแพ้ในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด และดิ เอมิเรตส์ และความพ่ายแพ้ในแต่ละนัดไม่มีนัดไหนที่ผลต่างจะมากกว่าลูกนึงเลย

พอมาดูฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลก็เล่นเป็นทีมเยือนมาเก้านัดชนะเพียงแค่เกมเดียวเหมือนกัน เสมอเพียงแค่สองเกม สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือจำนวนเกมที่แพ้ หงส์แพ้ไปหกนัดในเก้านัด สามเกมที่แพ้มีผลต่างประตูสองเม็ด อีกเกมแพ้ถึงสามเม็ด

ในเรื่องของการเล่นเป็นทีมเยือน มันชัดเจนว่ารอยทำผลงานได้แย่กว่าหากว่าจะนำมาเปรียบเทียบกับอดีตผู้จัดการ เพราะงั้นผมว่ามันคงจะดีกว่า หากไม่นำมาเปรียบเทียบ และมุ่งสมาธิกับผลงานของรอยนะครับคุณเจ้าของทีม

นอกจากผลงานการเล่นเป็นทีมเยือนที่แย่แล้ว ผลงานในบ้านนั้นเขาทำทีมชนะในบ้าน 5 เกมจากแปดเกม และที่ชนะติดๆกันก็ 4 เกมหลังสุดนี่ด้วย โดยชนะเชลซีแชมป์เก่าด้วย จะว่าไปผลงานในบ้าน่าประทับใจ แต่เราพลาดอะไรไปหรือเปล่า? มันเริ่มต้นด้วยอาร์เซนอลมาเยือนเราในเกมแรกของฤดูกาล ที่นักเตะหงส์เหลือแค่สิบคนตลอดครึ่งหลัง เพราะโจโคลโดนใบแดง และลิเวอร์พูลก็เกือบแล้วที่จะชนะได้ในเกมนี้ แต่ความผิดพลาอย่างไม่น่าเลยของเรย์น่าทำให้อาร์เซนอลได้หนึ่งแต้มไป แนวการเล่นของลิเวอร์พูลในครึ่งหลังไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่ เล่นไม่ค่อยจะน่าประทับใจ แต่ก็พอจะเข้าใจได้ว่าการที่มีคนน้อยกว่าคนนึงและมีประตูนำอยู่หนึ่งลูก จะให้เล่นแลกกับคู่แข่งทำไม เพราะงั้นไม่เซอร์ไพรส

เกมต่อมาที่แอนฟิลด์ หงส์แดงมีโชคพอควรที่ได้สามแต้ม เพราะทีมน้องใหม่อย่างเวสบรอมใช้โอกาสเปลืองมากๆ ทำให้ประตูเดียวที่หงส์ยิงได้เพียงพอที่จะทำให้ทีมชนะได้ทั้งๆที่เล่นไม่ได้ดีกว่าเลย ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรที่น่าประทับใจเลย.

พวกเขาก่อนหน้านั้น ในการไปเยือนก็โดนแมนเชสเตอร์ซิตี้ถล่มเละไป 3-0 แล้วก็ไปแพ้ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดอีก นอกจากนั้นก็ไปแพ้ให้กับนอร์ธแทมป์ตั้นในลีคคัพแบบไม่น่าเชื่อ การเสมอกับซันเดอร์แลนด์ 2-2 เป็นความผิดหวังสุดๆ แต่ไม่เซอร์ไพรส

เกมต่อมายิ่งเป็นจุดตกต่ำของฤดูกาล การพ่ายแพ้ในบ้านต่อทีมน้องใหม่และไร้เงินใช้สอยอย่างแบล็คพูล ตรงนี้ต้องให้เครดิตกับเอียน ฮอล์โลเวย์ และลูกทีมของเขาว่าเล่นดีมากๆ มันคือความอับอายของหงส์แบบสุดๆ แล้วก็มาถึงจุดสรุปของการเทคโอเวอร์ครั้งประวัติศาสตร์ ทำให้แฟนบอลลืมเลือนเรื่องความพ่ายแพ้ไปเสียสิ้น เพราะรู้สึกกระชุ่มกระชวยที่การเทคโอเวอร์สำเร็จ มิติใหม่กำลังจะเข้ามาสู่ทีม แต่แล้วก็มาโดนสอยที่กูดิสันปาร์ค ตรงนี้ทำลายข่าวดีเกี่ยวกับบอร์ดบริหารใหม่หมดเลย

หลังจากนั้นก็เป็นการเก็บชัยชนะในบ้านอย่างต่อเนื่อง แต่มาดูกันจริงๆเหอะ คุณคิว่าเกมกับแบล็คเบิร์นเกมนั้นมันเป็นเกมที่เก็บสามแต้มได้ง่ายเหรอ เล่นเอาเครียดสุดๆกว่าจะได้สามแต้ม โอเคชัยชนะเหนือเชลซีคือจุดที่กระตุ้นขวัญกำลังใจได้มากที่สุด แต่เมื่อมองให้ลึกมันเหมือนเป็นการเริ่มต้นของช่วงวิกฤติหรือการหลุดฟอร์มของเชลซีไปเลย หลังจากนั้นก็มึนๆมาจนถึงตอนนี้

แล้วก็ตามมาด้วยชัยชนะสามเกมซ้อน แต่มันก็เหมือนคำโบราณที่กล่าวไว้ว่า คุณจะโค่นได้ก็แต่สิ่งที่อยู่ข้างหน้าคุณเท่านั้น คือมันอาจจะเป็นการมองโลกในแง่ดีเกินไปกระมังที่คิดว่านี่จะเป็นจุดเปลี่ยนของฤดูกาลนี้ของลิเวอร์พูล เกมแรกมาจากชัยชนะเหนือเวสแฮมที่ทีมกำลังระส่ำแบบสุดๆ และลิเวอร์พูลควรจะถามตัวเองด้วยซ้ำว่า ทำไมจบเกมแค่ 3-0 ซึ่งเป็น 3 ประตูที่ได้ก่อนจบครึ่งแรกทั้งนั้น เกมที่สองก็คือเกมกับแอสตั้นวิลล่าที่ย่ำแย่ไม่แพ้กัน เพราะแฟนบอลของพวกเขาก็เกาหัวกันแกร่กๆว่าบอสของพวกเขาทำอะไรอยู่ ไม่ได้คิดถึงเกมการแข่งขันเลย เอาแต่พร่ำพูดถึงผลงานของตัวเองที่ทำมากับลิเวอร์พูล แทนที่จะมองไปที่ชัยชนะของทีมใหม่ของเขา เขาพูดออกมาได้อย่างไรที่ว่า รับได้ หากว่าแพ้ต่อหงส์

สำรหับคนที่ยังคงหลอกตัวเองด้วยการบอกว่า รอยคือผู้จัดการทีมที่ ใช่ของสโมสรนี้ มันถึงเวลาแล้วมั้งที่จะต้องหยุดกันได้แล้ว เขาไม่ใช่ คนที่ใช่ เขาไม่เคยเป็น แล้วจะไม่มีวันเป็น เพราะงั้นหยุดที่จะ ล้างสมองด้วยคำว่า ใช่ ซะที


เจ้าของสโมสรใหม่เป็นคนดีผมคิดอย่างนั้น แต่ดูเหมือน่วาพวกเขาจะรู้อะไรที่เกี่ยวกับฟุตบอลน้อยไปหน่อย สิ่งที่น่าชื่นชมก็คือแม้พวกเขาจะรู้น้อย แต่พวกเขาก็พยายามศึกษาและหาที่ปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเต็มที่ กระนั้นพวกเขาก็ยังพึงพาที่ปรึกษาบางคนที่ผมบอกตรงๆยังกึ๋นไม่พอ ด้วยความสัตย์จริงพวกเขาน่าจะรู้ว่า รอย ฮอดจ์สันไม่ใช่ผู้จัดการทีมที่เหมาะกับลิเวอร์พูลเลย ไม่เหมือนกับแฟนบอลลิเวอร์พูลทีตอนนี้เริ่มต้นที่จะพูดออกมาเสียงดังแล้วว่า พวกเขาต้องการจะเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีม และปรารถนานี้ก็แรงกล้ามากขึ้นทุกที

เจ้าของทีมจำเป็นต้องพูดสิ่งดีๆผ่านสื่อ ก็เหมือนอย่างที่ทอมได้ทำไว้เมื่อคืนก่อน เราเชื่อมั่นในสิ่งที่รอยทำ และเราก็รู้สึกเช่นกันว่าฟอร์มการเล่นของทีมจำเป็นต้องปรับปรุง และรอยก็คือคนแรกที่ตระหนักถึงข้อนี้ ”

โดยส่วนตัว และ แบบลับๆ พวกเขาน่าจะเริ่มที่จะมองหาตัวแทนได้แล้ว ถัดจากนั้นพวกเขาก็จะสามารถพูดสิ่งดีๆผ่านสื่อเวลาที่ประกาศเรื่องการลาออกของรอย และแฟนบอลก็จะเริ่มรู้สึกจริงๆว่าพวกเขาต้องการนำสโมสรกลับสู่ความสำเร็จอีกครั้ง และนั่นคือสิ่งที่เราสู้กันอยู่

**คำเตือน: บทความแปลจากคอลัมนิสต์ต่างประเทศ เพื่อเปิดโลกทัศน์และข่าวสาร อย่าอาศัยช่องจากบทความนี้ กระทำผิดกฎเว็บอันว่าด้วยการ ลด ละ เลิก จับแพะด่าทอ ผู้จัดการทีมและนักเตะ**

บทความ โดย Jim Boardman

ซั่นกวนเส้าไป๋ แปล

http://www.anfieldroad.com/news/201012144304/no-point-pretending-put-the-manager-out-of-his-misery.html/

http://www.hongmarnz.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=48208#632922


เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์