เจาะเเท็กติก เกมส์ที่ชนะเชลซี

Zone 14 - กุญแจสำคัญของเกมนี้

ลองแบ่งสนามเป็นสามส่วนเท่าๆกัน – ส่วนเกมรุก (หน้าประตูคู่ต่อสู้), เกมรับ, และส่วนกลางสนาม แต่ละส่วนแบ่งออกเป็นหกโซนย่อย แล้วกำหนดหมายเลขแต่ละโซนไล่ตั้งแต่โซนที่หนึ่งที่ตำแหน่งของแบ็คซ้าย ไล่จนไปถึงโซน 18 ที่มุมธงฝั่งปีกขวา นักวิทยาศาสตร์การกีฬาได้เคยบอกไว้ว่าโซนที่อยู่หน้ากรอบเขตโทษคู่ต่อสู้ – โซน 14 – ถือเป็นโซนที่สำคัญที่สุด เพราะประตูที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่สร้างสรรค์มาจากโซนนี้ และในทางกลับกันโซน 14 ของคู่ต่อสู้ – ซึ่งก็คือโซน 5 สำหรับเกมรับ - ก็เป็นโซนที่การสร้างสรรค์โอกาสของคู่ต่อสู้จะเกิดขึ้น (ลองอ่านเพิ่มเติมในนี้ดูก็ได้ครับ ที่นี่)

และแท็คติดที่คิงเคนนี่วางไว้เพื่อปิดเกมในโซน 14 ของเชลซีก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ลิเวอร์พูลคว้าชัยกลับบ้านในนัดนี้

4-4-2 Diamond vs 3-6-1 แผนการเล่นที่เตรียมไว้ตั้งแต่กลางสัปดาห์

เชลซีและลิเวอร์พูลมีเกมพรีเมียร์ลีกที่ต้องเตะกลางสัปดาห์กับซันเดอร์แลนด์และสโต๊ก และทั้งคู่ก็ได้ใช้เกมกลางสัปดาห์ เพื่อเตรียมทีมในนัดเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ต้องพบกัน

เชลซีมักจะใช้แผนการเล่น 4-3-3 โดยสามารถที่จะกดดันคู่ต่อสู้จากทางด้านข้างโดยปีกได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้เกมรับของคู่ต่อสู้ต้องถ่างออก และทำให้กองหน้ามีพื้นที่มากขึ้น แต่ในนัดที่พบกับซันเดอร์แลนด์ เชลซีทำการเปลี่ยนแผนการเล่นใหม่เพื่อรองรับตอร์เรสกองหน้าตัวใหม่ของทีม โดยในนัดนั้นแม้ตอร์เรสจะไม่ได้ลง แต่เชลซีก็ลองใช้แผน 4-4-2 แบบ Diamond โดยมีดร็อกบาและกาลูยืนเป็นสองกองหน้า มิดฟิลด์สี่ตัวยืนกันเป็นรูปข้าวหลามตัด โดยมีอเนลก้ายืนในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก แผนการเล่นนี้สามารถเอาชนะซันเดอร์แลนด์ได้อย่างง่ายดายด้วยการเน้นการเข้าทำตรงกลาง
สนาม – โซน 14 - และอันเชล็อตติก็ใช้แผนเดียวกันนี้กับลิเวอร์พูล

ดูเหมือนคิงเคนนี่จะรู้ว่าเชลซีจะเล่นแบบไหน เลยลองให้ทีมเล่นในระบบ 3-6-1 ในการพบกับสโต๊ค แต่แผนการเล่นในสองเกมนั้นมีความแตกต่างกันเล็กน้อย อย่างแรกที่เห็นได้ชัดก็คือหน้าที่ในแผงเกมรับ ในนัดที่พบกับสโต๊ค คิงเคนนี่ให้คีย์เกียคอสยืนตรงกลางคอยประกบคาริวกองหน้าตัวเดียวของคู่แข่ง ทำให้กองหลังอีกสองตัว – สเคอร์เทล และแอ็กเกอร์ – นั้นสามารถขึ้นมาช่วยเกมรุกได้ในยามที่คู่แข่งถอยลงไป แต่ในเกมกับเชลซี กองหลังสองตัวด้านข้าง – คาร์ราเกอร์ และแอ็กเกอร์ – นั้นทำหน้าที่ประกบกองหน้าสองตัวของเชลซี แล้วให้สเคอร์เทลที่อยู่ตรงกลาง ทำหน้าที่สนับสนุนช่วยเหลือ

ส่วนอีกอย่างที่แตกต่างกันคือการยืนของมิดฟิลด์ กองกลางสี่ตัวยืนเป็นรูปสี่เหลี่ยมในนัดที่พบกับสโต๊ค โดยมีลูคัสและออเรลิโอ้ยืนต่ำเป็นตัวรับ และเจอร์ราร์ดกับไมเรเลสยืนคู่กันช่วยกันทำเกมรุก แต่ในนัดที่พบกับเชลซี กองกลางทั้งสี่ตัวของหงส์แดงยืนกันเป็นรูปข้าวหลามตัด เพื่อให้เหมือนกับกองกลางสี่ตัวของเชลซี โดยลูคัสจะยืนต่ำกว่าคนอื่น คอยประกบอเนลก้า มักซี่และเจอร์ราร์ดยืนอยู่ตรงกลางเยื้องไปทางซ้ายและขวา โดยมีไมเรเลสยืนอยู่ด้านหน้าทำหน้าที่กองกลางตัวรุก

แม้ว่ากองกลางทั้งสองทีมยืนแบบ Diamond เหมือนกัน แต่ Diamond ของลิเวอร์พูลนั้นมีความไหลลื่นมากกว่า บทบาทของมิดฟิลด์แต่ละคนของเชลซีนั้นชัดเจนตลอดทั้งเกม และยืนในตำแหน่งที่ตายตัว แต่ Diamond ของลิเวอร์พูลนั้นมีการหมุนเวียนเปลี่ยนตำแหน่งกันได้ ไมเรเลสนั้นยืนในตำแหน่งรุกมากที่สุด แต่บางครั้งเจอร์ราร์ด หรือมักซี่ หรือแม้แต่ลูคัสก็วิ่งขึ้นไปรุก โดยมีกองกลางคนอื่นถอยลงมายืนประครองตำแหน่งให้

การที่เชลซีใช้ระบบ 4-4-2 Diamond เพื่อที่สามารถที่จะส่งทั้งดร็อกบาและตอร์เรสลง ทำให้เกมริมเส้นต้องหายไป ทั้งตอร์เรสและดร็อกบานั้นแม้จะถ่างออกไปริมเส้นเป็นบางครั้ง แต่ทั้งคู่นั้นก็ไม่ถนัดในเกมริมเส้น ทำให้ไม่สามารถถ่างกองหลังลิเวอร์พูลออกได้ ทำให้เคลลี่และจอห์นสันในตำแหน่งวิงแบ็คทำหน้าที่ในแผงกองกลางและมีอิสระในเกมรุก มากกว่าที่จะต้องถอยลงไปช่วยเกมรับ ยิ่งช่วยให้ลิเวอร์พูลแพ็คเกมกลางสนามได้แน่น และครองบอลได้มากจนไม่เหมือนว่าเล่นที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ ทั้งเคลลี่และจอห์นสันเองก็สามารถหุบเข้ามาตรงกลางช่วยลูคัส ในยามที่วิงแบ็คของเชลซีไม่ได้เติมเกมรุก และทำให้แผงมิดฟิลด์ตัวอื่นขึ้นไปไล่บอลได้สูงขึ้น ดูคล้ายๆกับจะเป็นระบบ 3-3-3-1 อยู่ในบางครั้ง

กับทีมที่อ่อนในเกมกลางสนาม เชลซีคงสามารถที่จะยึดครองโซน 14 เอาไว้ได้ แต่นั่นไม่ได้เกิดขึ้นในเกมนี้ เพราะแผนการเล่นที่วางไว้เป็นอย่างดีของลิเวอร์พูล ทำให้อันเชล็อตติตัดสินใจส่งกาลูลงมาแทนตอร์เรสในนาทีที่ 66 และปรับแผนการเล่นกลับเป็น 4-3-3 เพื่อถ่างกองหลังลิเวอร์พูล และดึงให้วิงแบ็คต้องถอยลงมา แต่ก่อนที่การเปลี่ยนแผนจะมีผลอะไร ลิเวอร์พูลก็กลับทำประตูได้

หลังจากที่ราอูล ไมเรเลสทำประตูให้ลิเวอร์พูลได้ หงส์แดงก็เปลี่ยนการยืนในแผงกองกลางจากรูปข้าวหลามตัด มาเป็นรูปจตุรัสอีกครั้ง เพื่อแพ็คเกมแดนกลางให้แน่นขึ้นอีก และปรับทัพให้เข้ากับแผงมิดฟิลด์ที่เหลือสามตัวของเชลซี โดยถอยเจอร์ราร์ดมายืนแนวเดียวกับลูคัส และถอยไมเรเลสมายืนคู่กับมักซี่ การปรับแผนการเล่นนี้ ทำให้โซน 5 ของลิเวอร์พูล – โซน 14 ของเชลซี – มีทั้งสามกองหลังและมิดฟิลด์ทั้งสี่ตัวของลิเวอร์พูล
แม้ว่าแฟนๆลิเวอร์พูลหลายคนอยากเห็นหลุยส์ ซัวเรสลงมาแทนมักซี่ แต่มันก็ไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะมันจะเป็นการปรับหมากเกมรับที่วางมาไว้เป็นอย่างดี การเปลี่ยนซัวเรสลงมาแทนเค้าท์นั้นดูจะเป็นไปได้มากกว่า แต่เคนนี่ก็ปล่อยให้เค้าท์เล่นจนหมดเวลา แผนการที่เชลซีเตรียมมานั้นกลายเป็นเหมือนกับการเตะบอลใส่กำแพงครั้งแล้วครั้งเล่า และแสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นของแท็คติกที่คิงเคนนี่และสตีฟ คล้าร์กได้เตรียมไว้สำหรับนัดนี้

- แปลและเรียบเรียงจาก theoffside.com และ zonalmarking.net–

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์