บิ๊กแมตช์การฟาดฟันกันของสองทีมผู้ไม่แพ้ หงส์ชนสิงห์น้ำเงิน

"บิ๊กแมตช์"การฟาดฟันกันของสองทีมผู้ไม่แพ้ "หงส์ชนสิงห์น้ำเงิน"

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 กันยายน 2548 15:32 น.

ภายหลังการสถาปนาอาณาจักรแห่งความยิ่งใหญ่ในโลกลูกหนังเมืองผู้ดีกลางกรุงลอนดอนของสโมสรเชลซี ในยุคของ โรมัน อบราโมวิช เจ้าสัวบ่อน้ำมันชาวรัสเซีย ทีมสีน้ำเงินแห่งเมืองหลวงก็เดินหน้าเก็บเกี้ยวความสำเร็จในฤดูกาลที่แล้ว ต่อเนื่องจนมาถึงฤดูกาลนี้ ก็ยังไม่มีท่าทีที่จะลดหย่อนผ่อนความร้อนแรงลง โดยในสุดสัปดาห์นี้ทีมเศรษฐีใหม่มีคิวไปเยือนรังแอนฟิลด์ของทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในเวลา 22.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม 2548

ในส่วนของฟอร์มการเล่นของทีมเจ้าถิ่นอยู่ในสภาวะที่ไม่เลวร้ายอะไร แต่ก็ไม่น่าวางใจมากนัก เมื่อแท็คติกไม่ได้ก็ไม่เสียของ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือชาวสเปนจะหนักในการพาทีมเสมอซะมากกว่า โดยลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 5 นัด ในฤดูกาลนี้ เสมอถึง 4 เกม และชันเพียง 1 เกม มี 7 คะแนน รั้งอันดับที่ 13 ของตารางคะแนน

ด้านทีมเยือนกลับอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม แม้จะถูกวิจารณ์ว่าแท็คติกของกุนซือชาวโปรตุกีส โฮเซ่ มูรินโญ่ น่าเบื่อ แต่ก็สามารถเก็บชัยชนะ 7 เกมรวด มี 21 คะแนนเต็ม รั้งตำแหน่งจ่าฝูงเย้ยหยันคำดูถูกจากนักวิจารณ์ทั้งหลาย

ขณะที่ฟอร์มการเล่นหนักไปทางเสมอเป็นส่วนใหญ่ แต่เกมนี้แฟนหงส์ก็มีข่าวดีเมื่อน่าจะได้ 3 กำลังหลักของทีมกลับมาพร้อมฟาดแข้งอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น เฟร์นานโด มอริเอนเตส กองหน้าทีมชาติสเปน, แฮร์รี่ คีเวลล์ ปีกพ่อมดชาวออสเตรเลีย และ โมฮัมเหม็ด ซิสโซโก้ มิดฟิลด์เจ้าของฉายา นิววิเอร่า กลับจากอาการบาดเจ็บ แต่คาดว่าทั้งหมดอาจจะได้เริ่มต้นเกมนี้บนม้านั่งสำรองก่อน

ส่วนทีมเยือนที่มีสถิติเก็บชัยชนะ 100 % ในเกมฟุตบอลลีก ก็จะได้นักเตะฟอร์มฮ็อต อาเซียร์ เดล ออร์โน่ แบ็กซ้ายทีมชาติสเปน กลับมาลงเล่นในเกมนี้ หลังฟิตสมบูรณ์สุดขีดแล้ว ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด พร้อมสมบูรณ์ในทุกจุด ขึ้นอยู่กับการชี้นิ้วของ มูรินโญ่ ว่าจะส่งนักเตะรายใดลงฟาดแข้งในเกมนี้

สำหรับผลงานการดวลกันของคู่นี้ในถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แม้เกมนั้นทีมหงส์แดงจะโชว์ฟอร์มได้ดี แต่เชลซีกลับเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะเมื่อได้ ฮีโร่ จอมขโมยซีนอย่าง โจ โคล ลงมาซัดประตูชัยดับทีมเจ้าถิ่นในนาทีที่ 80

สถิติการพบกับของทั้งสองทีม
ฟุตบอลลีก : ลิเวอร์พูล ชนะ 57 ครั้ง, เชลซี ชนะ 41 ครั้ง และเสมอกัน 26 ครั้ง
เฉพาะพรีเมียร์ชิพ : ลิเวอร์พูล ชนะ 10 ครั้ง, เชลซี ชนะ 11 ครั้ง และเสมอกัน 5 ครั้ง

สถิติการพบกันที่สนามแอนฟิลด์
ฟุตบอลลีก : ลิเวอร์พูล ชนะ 42 ครั้ง, เชลซี ชนะ 7 ครั้ง และเสมอกัน 13 ครั้ง
เฉพาะพรีเมียร์ชิพ : ลิเวอร์พูล ชนะ 9 ครั้ง, เชลซี ชนะ 2 ครั้ง และเสมอกัน 2 ครั้ง

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีมที่คาดว่าจะลงสนาม
ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) - โฮเซ่ เรน่า, เจมี่ คาร์ราเกอร์, สตีฟ ฟินแนน, ซามี่ ฮูเปีย, ฌิมี่ ตราโอเร่, ซาบี้ อลอนโซ่, ดีทมาร์ ฮามันน์, สตีเว่นเ จอร์ราร์ด, หลุยส์ การ์เซีย, ฟลอร็องต์ ซินาม่า ปงโกลล์ และ ปีเตอร์ เคร้าช์
เชลซี (4-3-3) - ปีเตอร์ เช็ก, อาเซียร์ เดล ออร์โน่, เปาโล แฟร์ไรร่า, จอห์น เทอร์รี่, วิลเลี่ยม กัลล่าส์, โคล้ด มาเกเลเล่, มิคาเอล เอสเซียง, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, อาร์เยน ร็อบเบน, เดเมี่ยน ดัฟฟ์ และ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา

หลังจากทั้งสองทีมเปิดฉากดวลกันไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมาในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยผลเสมอกัน 0-0 ก็มีคิวกลับมาเจอกันอีกในเกมลีก ซึ่งคาดว่าทั้งสองทีมน่าจะคงผู้เล่นชุดเดิมเป็นส่วนใหญ่ โดยทีมเจ้าถิ่นอาจจะปรับตำแหน่งเล็กน้อยด้วยการถอด ฌิบริล ซิสเซ่ ออก แล้วส่งเจ้าหนู ปองปอง ฟลอร็องต์ ซินาม่า ปงโกลล์ ลงมาเล่นแทนในตำแหน่งริมเส้นทางด้านขวา

ส่วนทีมเยือนก็น่าจะมาพร้อมกับผู้เล่นชุดเดิมเมื่อกลางสัปดาห์ โดยอาจจะมีการสับเปลี่ยนตำแหน่งในแผงหลังเล็กน้อย เมื่อ อาเซียร์ เดล ออร์โน่ พร้อมลงประจำการในตำแหน่งแบ็กซ้าย ทำให้ วิลเลี่ยมส์ กัลล่าส์ จะได้ไปยืนรักษาการในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟร่วมกับ จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีม ปล่อยให้ ริคาร์โด้ คาวัลโญ่ นั่งยิ้มส่งกำลังใจอยู่ข้างสนาม

สำหรับรูปเกมทั้งสองทีมคงไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อกลางสัปดาห์มากนัก เมื่อต่างก็เล่นแบบเหนียวแน่น มั่นใจแล้วค่อยบุก เกมนี้จึงน่าจะเป็นการขับเคี่ยวของมิดฟิลด์ในพื้นที่กลางสนาม เพื่อสร้างโอกาส และตัดเกมรุกของคู่แข่งไปในตัว ส่วนสกอร์การแข่งขันจะมีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับแนวรับ และจังหวะจบสกอร์ของทั้งสองทีมว่าจะมีดีกันแค่ไหน ถือเป็นเกมวัด กึ๋น ของสุดยอดกุนซือแห่งยุคระหว่าง ราฟาเอล เบนิเตซ กับ โฮเซ่ มูรินโญ่ ส่วนใครจะเจ๋งกว่ากันวันอาทิตย์นี้มีคำตอบสำหรับคุณ ...

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์