| |
ดิดิเยร์ ดร็อกบาโชว์โคตรบอลข่มอังเดร เชฟเชนโก้
มิดด้ามหลังสามประตูพาเชลซีบุกไล่อัดเลฟสกี้ โซเฟียเละเทะ 3-1 คว้าชัยสองนัดรวดจ่อเข้ารอบตามเพื่อนร่วมประเทศอย่างแมนฯยูไนเต็ดและอาร์เซนอลแล้ว
|
|
|
เปิดเกมมาได้ 7 นาที
เป็นอาคันตุกะที่มาได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ แลมพาร์ด ลองส่องจากระยะไกล แต่ลูกที่ออกจากเท้าไม่ดี ส่ายข้ามคานออกไปเยอะทีเดียว
|
|
|
นาที 15
เชลซี น่าจะเป็นฝ่ายใส่สกอร์ขึ้นนำสุดๆเมื่อ ดร็อกบา หาที่ว่างได้อย่างดี แต่ทว่า หัวหอกทีมชาติไอเวอรี่ โคสต์ ซัดไปชนคานเสียงดังสนั่น
|
|
|
ยังเป็น สิงโตพันล้าน ที่กดดันอย่างต่อเนื่อง
และน่าจะได้ประตูนำอีกครั้ง ในนาที 22 เมื่อ บัลลัค ได้ตั้งป้อมส่องจากระยะ 25 หลา ลูกพุ่งแรงตรงกรอบ เล่นเอา เปตคอฟ ต้องออกแรงเซฟ
|
|
|
และแล้วก่อนจบครึ่งแรก 6 นาที
เชลซี ก็คลายความกดดันได้ประตูขึ้นนำ 0-1 สำเร็จ จากจังหวะที่ โอบี้ มิเกล ยิงจากด้านข้าง เปตคอฟ รับไม่อยู่มาเข้าทางปืน ดร็อกบา ซัดเสยใต้คานเข้าไป จบ 45 นาที จ่าฝูงพรีเมียร์ชิพ บุกมานำ 0-1
|
|
|
ออกสตาร์ตในครึ่งหลังทั้งสองทีมยังไม่มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นแต่อย่างใด
และยังเป็น เชลซี ที่เดินเกมบุกใส่ทันที ก่อนที่จะมาหนีไปเป็น 0-2 ในนาที 52 จาก ดร็อกบา คนเดิม ที่พักบอลด้วยอก จากจังหวะที่ บริดจ์ เปิดมาให้ ก่อนจะซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบมุมตุงตาข่าย
|
|
|
และแล้วความหวังที่ เจ้าถิ่นจะกลับมาก็หมดไป
เมื่อ ดร็อกบา มาโชว์ฟอร์มเทพ ซัดแฮตทริก ในนาที 68 หลังจากรับเปิดต่ำทางขวาของ แลมพาร์ด ก่อนจะตะบันเข้าไป เชลซี นำแบบไร้กังวล 0-3
|
|
|
อีก 2 นาทีต่อมา
ร็อบเบน ถูกส่งลงมายืดเส้นยืดสายแทน ดร็อกบา ที่วันนี้เล่นได้อย่างประทับใจ และ มูรินโญ่ ก็ถอดออกมาพักเพื่อไว้รับมือในเกมพรีเมียร์ชิพ ที่จะลุยกับ แอสตัน วิลล่า
|
|
|
นาที 73 ของครึ่งหลัง
เช็ก เพิ่มมาได้ออกแรงเซฟเน้นๆ จากการยิงของ อิวานอฟ ตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมาก่อนหน้านั้นไม่กี่นาที
|
|
|
เข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้าย
ทีมเยือนผ่อนเกมลงและเปิดโอกาสให้ เจ้าถิ่นจาก บัลแกเรีย บุกขึ้นมาบ้าง และก็มาได้ประตูปลอบใจไล่มาเป็น 1-3 ในนาที 88 จาก มาร์ยาน อ็อกยานอฟ ตัวสำรองที่ลงมายิงเลียดผ่านมือ เช็ก และถือเป็นประตูแรกในเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก ของพวกเขาด้วย หมดเวลา เชลซี บุกมาชนะไปแบบหายห่วง 1-3
|
|
|
|
| |