Teenee.com imusic ฟังเพลง happy Game เกม Quiz Flash ทายใจ xchange บอร์ดชุมชนที่นี่ chat แชทดิจิตอล แชทยอดนิยม
มือถือเกม มือถือความรัก tnews คุยคุ้ยข่าว คุยคุ้ยข่าวกีฬา คุยคุ้ยข่าวดารา วาไรตี้อาหารสมอง นินจานารุโตะ

หน้าหลักบันเทิงดารา เกาะกระแสดาราไทย ปาปารัสซี่ gossip ดารา รูปดาราไทย
รูปดาราต่างประเทศ,ญี่ปุ่น,เกาหลี ฯลฯ เรื่องย่อละคร ชุมชนEntertain ดูทุกอย่างด้านบันเทิงจากเพื่อนๆ




ชื่อผู้ใช้ : รหัสผ่าน :   Remember สมัครสมาชิก   ลืมรหัสผ่าน
 
ไล่ไม่ทัน!เชลซีชิงCLเขี่ยหงส์ระทึก3-2
 
ไล่ไม่ทัน!เชลซีชิงCLเขี่ยหงส์ระทึก3-2

ลิเวอร์พูลไร้ปาฏิหาริย์ชวดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกหลังเฟอร์นานโด ตอร์เรสยิงตีเสมอยื้อมาต่อเวลาแต่สุดท้ายมาเสียสองลูกรวดจากจุดโทษของแฟร็งค์ แลมพาร์ดและดิดิเยร์ ดร็อกบาก่อนที่ไรอัน บาเบิ้ลยิงไล่มา 2-3 ช่วงท้ายเกมแต่ไม่ทันการณ์กลายเป็นเด็กคางคกเข้าชิงกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอย่างฉิวเฉียด

บรรยายเกมโดยลูกแม่กิ่ง

ผลฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2

วันพุธที่ 30 เม.ย. 2551


เชลซี 3-2 ลิเวอร์พูล

(เสมอ 1-1 ในช่วง 90 นาที)



ประตู : 1-0 ดร็อกบา น.33,1-1 ตอร์เรส น.64,2-1 แลมพาร์ด(จุดโทษ) น.98,3-1 ดร็อกบา น.105,บาเบิ้ล น.117

เริ่มเกมมาทางด้านเชลซีเจ้าถิ่นขอลุยกอนทันทีตั้งแต่ต้นเหมือนในเกมแรกที่แอนฟิลด์ที่สามารถเริ่มต้นได้น่ากลัวกว่า และมีโอกาสทักทายได้ดีจากจังหวะที่ดร็อกบา ซึ่งโดนราฟาวิจารณ์ว่าเป็นจอมตบตา โชว์พลิกบอลหลบคาร์ราเกอร์ที่ระยะ 30 หลา ก่อนลากไปซัดไกลให้เรน่าต้องออกแรงพุ่งปัดออกไปเป็นจังหวะแรกของเกม

แต่เกมสวนกลับของลิเวอร์พูลก็ทำงานได้ดีทีเดียวในอีกไม่กี่นาทีต่อมา เมื่อเบนายูน พาบอลทะลุขึ้นมาได้ดีก่อนฝากบอลให้เจอร์ราร์ด แต่เจอร์ราร์ดทำได้สุดยอดเมื่อชิ่งจังหวะเดียวให้ตอร์เรส หลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษ แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ "เอล นินโญ่" ไม่สามารถจะส่งบอลผ่านปีเตอร์ เช็กเข้าไปกองก้นตาข่ายได้ เนื่องจากโดนออกมาปิดมุมได้เร็วจนไม่รู้จะยิงยังไง

เกมเร็วและระทึกทีเดียว เชลซีพยายามใช้การวางบอลขึ้นหน้าให้ดร็อกบาพาเข้าไปเล่นงานแนวรับ ซึงก็สร้างความปั่นป่วนได้ดีทีเดียวทำเอาสเคอร์เทล ต้องเหนื่อยกว่าหลายนัดกับการไล่ประกบดาวยิงไอวอรี่โคสต์ และเกิดบาดเจ็บในจังหวะเหยียดขาสกัดดร็อกบาที่กำลังจะหลุดเข้าไปยิงประตูด้วย

มาถึงนาทีที่ 18 เชลซี สมควรจะได้ประตูขึ้นนำอย่างถึงที่สุด เมื่อแลมพาร์ด แทงทะลุช่องให้ดร็อกบาได้หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับเรน่าแล้วแต่ยิงด้วยซ้ายลูกถากเสาไกลออกไปแบบน่าเสียดายสุดๆ

เจ้าถิ่นเริ่มเล่นได้กว่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะดร็อกบาที่เล่นได้เด่นสุดๆทั้งจังหวะพักบอลและจังหวะกระชากลากเลื้อยเอง ซึ่งก็เซ็ตบอลให้บัลลัค ยิงไกลให้เรน่าต้องชกออกมาอีกครั้ง ขณะที่ลิเวอร์พูลก็ต้องเสียสเคอร์เทล ที่ฝืนเล่นต่อไม่ไหวต้องให้พี่ใหญ่อย่างซามี่ ฮูเปียลงมาแทนที่แทน

และการเปลี่ยนแปลงในแนวรับนี่เองที่ทำให้ลิเวอร์พูลต้องเสียประตูในช่วงนาทีที่ 33 เมื่อเช็กล้ำหน้ากันพลาดทำให้ซาโลมอน คาลู หลุดเดี่ยวเข้าไปก่อนแต่งบอลหาจังหวะยิงโค้งไปโดนเรน่า เซฟได้ทีแรกอย่างยอดเยี่ยมแล้ว แต่บอลก็ยังมาเข้าทางดร็อกบาวิ่งตามมาตะบันมุมแคบเข้าไปแบบเฉียบขาด ทำให้เชลซีขึ้นนำ 1-0 ในเกมนี้

ช่วงที่เหลือของครึ่งแรกทางเจ้าถิ่นก็ยังทำได้เหนือกว่าทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการออกบอล ต่อบอล หรือการวางโซนเกมรับที่สามารถตัดปีกหงส์แดงได้หมดจด และรักษาสกอร์นำนี้เอาไว้ได้จนครบ 45 นาทีแรกด้วยรูปเกมที่เป็นต่อสุดๆ

กลับมาลงสนามกันใหม่ในครึ่งหลัง หงส์แดงดูจะยังไม่สามารถเรียกเกมตัวเองกลับมาได้ แต่ก็มีโอกาสสร้างความหวาดเสียวได้ 2 ครั้งซ้อนๆในช่วงต้นเมื่อริเซ่เติมขึ้นไปในกรอบเขตโทษก่อนจะโขกชงกลับมาให้เคาท์ โฉบมาดีดจังหวะแรกเพื่อเปลี่ยนทางบอลได้ดีแล้ว แต่เช็กก็ยังเหนียวสุดยอดล้มตัวใช้มือปัดบอลได้ ฮูเปียจะซ้ำก็ถลำไปแล้ว ก่อนที่เจอร์ราร์ดจะเปิดลูกเตะมุมเข้ามาถึงเคาท์ที่เก็บบอลได้อีกหนแต่ตวัดคืนให้ตอร์เรสไม่ได้ผลโดนเตะทิ้งไปก่อน

และมาถึงนาทีที่ 64 ทีมเยือนก็ไล่ตีเสมอได้สำเร็จจากความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยมของเบนายูน ที่ลากบอลตัดเข้ากลางแหวกนักเตะเชลซีมา 3-4 รายก่อนแทงต่อให้ตอร์เรส หลุดเข้าไปในเขตโทษและโชว์ลีลากองหน้าเวิลด์คลาสด้วยการแต่งบอลจังหวะเดียวก่อนกวาดตัวยิงเสียบมุมเข้าไปให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 และทำให้ตอนนี้ทั้งสองทีมไม่ใครได้เปรียบเสียเปรียบกันอีกต่อไปเพราะได้อเวย์โกล์เหมือนกัน

จากนั้นเกมเป็นของลิเวอร์พูลต่อไปอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เชลซีจะฮึดกลับมาแลกหมัดกันอีกครั้ง และเกือบได้เฮจากความสุดยอดของเอสเซียงที่โซโล่จากริมเส้นฝั่งขวามาจนสุดเส้นหลังก่อนจะล็อกตัดเข้ามากลางแต่ดันเลือกยิงด้วยซ้ายเองทำให้บอลเข้าหน้าต่างไป ทั้งที่มีเพื่อนรออยู่กลางประตู

อย่างไรก็ตามช่วงที่เหลือไม่มีฝ่ายใดสามารถทำอะไรกันได้เนื่องจากเกมรับของแต่ละทีมก็ต่างเหนียวแน่นกันสุดๆ ทำให้จบเกม 90 นาทีด้วยการเสมอกัน 1-1 เท่ากับเสมอในสกอร์รวม 2 นัด 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษไปอีก 30 นาที

เข้าสู่ช่วงของการต่อเวลาพิเศษถึงนาทีที่ 94 เมื่อแลมพาร์ดเตะมุมเข้ามา ลิเวอร์พูลเคลียร์ออกมาไม่ขาดเอสเซียงเก็บบอลได้ก่อนจะตะบันเต็มเหนี่ยวด้วยขวาลูกพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม แต่กลับไม่ได้ประตูเมื่อผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงให้เป็นลูกล้ำหน้าสามผู้เล่นนักเตะเชลซีที่อยู่ตรงกรอบ 6 หลาไปรบกวนบังทางเรน่า เล่นเอานักเตะเจ้าถิ่นเข้ามารุมประท้วงกันใหญ่

แต่ในนาทีถัดมาเชลซีก็ได้รางวัลปลอบใจเมื่อฮูเปีย ทำพลาดเสียบอลในเขตโทษจนโดนบัลลัคฉกไปจนไม่มีทางเลือกต้องเสียบเพื่อตัดเกม ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกจุดโทษอย่างยุติธรรมและเป็นแลมพาร์ดที่ซัดเข้าไปอย่างเฉียบขาดให้เชลซีนำอีกครั้งเป็น 2-1 ก่อนจะวิ่งไปร้องไห้ฉลองประตูด้วยความอัดอั้นหลังเพิ่งสูญเสียคุณแม่ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ราฟาทำเอาแฟนบอลประหลาดใจเมื่อเปลี่ยนเอาตอร์เรสออกและให้ไรอัน บาเบิลลงมาแทน แต่ลิเวอร์พูล ดูยังไม่ถอดใจนัก อลอนโซ่ ได้โขกลูกเตะมุมที่ระยะ 6 หลาแต่บอลก็ตรงตัวเช็กอีก ก่อนที่เกมดำเนินไปเรื่อยๆจนใกล้จะหมดครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษ

แต่ความผิดพลาดในการเช็คล้ำหน้าของลิเวอร์พูลก็ลงโทษตัวเองอีกจนได้ เมื่อเช็คไลน์กันพลาดปล่อยให้อเนลก้า ได้หลุดเข้าไปในเขตโทษก่อนจะไหลตบมาให้ดร็อกบาเข้าฮอสอย่างเหนือชั้น เชลซีหนีห่างเป็น 3-1 ประตูสู่มอสโกเปิดไปค่อนบานแล้ว

ช่วง 15 นาทีสุดท้ายของการต่อเวลาเชลซีประคองเกมไปเรื่อยๆจนทำท่าจะไม่มีอะไรอยู่แล้ว แต่ก่อนหมดเวลา 3 นาทีก็มาเสียประตูแบบไม่มีใครคาดคิด เมื่อไรอัน บาเบิล ได้บอลที่ระยะราว 30 หลาก่อนจะซัดไกลทันทีและปีเตอร์ เช็ก ที่เหนียวมาตลอดเกมกลับรับบอลหลุดมือเข้าไปหน้าตาเฉย ทำให้หงส์แดงไล่กลับมาเป็น 3-2 และมีความหวังรางๆอีกครั้ง

แต่เวลาที่เหลือก็น้อยเกินไปเมื่อนักเตะลิเวอร์พูล ไม่สามารถที่จะฉวยจังหวะทำประตูตีเสมอได้สุดท้ายก็พ่ายไปในสกอร์ดังกล่าว ทำให้เชลซีได้ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับแมนฯ ยูไนเต็ด ที่มอสโก ซึ่งเป็นการเข้าชิงชนะเลิศครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วย

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี :
ปีเตอร์ เช็ก, มิชาแอล เอสเซียง, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล, โคล้ด มาเกเลเล่, แฟรงค์ แลมพาร์ด (อังเดร เชฟเชนโก้ น.119) , มิชาเอล บัลลัค, โจ โคล (นิโกล่าส์ อเนลก้า น.91), ซาโลมอน คาลู (ฟลอร็องต์ มาลูด้า น.70) , ดิดิเยร์ ดร็อกบา

ใบเหลือง : -

ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ มานูเอล เรน่า, อัลบาโร่ อาร์เบลัว, มาร์ติน สเคอร์เทล (ซามี่ ฮูเปีย น.22), เจมี่ คาร์ราเกอร์, ยอห์น อาร์เน่ ริเซ่, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, ชาบี้ อลอนโซ่, เดิร์ค เคาท์, สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด, ยอสซี่ เบนายูน (เจอร์เมน เพนแนนท์ น.78) , เฟร์นันโด ตอร์เรส (ไรอัน บาเบิล น.98)

ใบเหลือง : อลอนโซ่ น.42, อาร์เบลัว น.99

ผู้ตัดสิน : โรแบร์โต้ โรเซ็ตติ (อิตาลี)










[img]http://d.yimg.com/a/p/sp/tools/med/2008/04/sow/1209542164.jpg
http://www.sportbox.tv/images/actionimages/football/2008/04/30/1209583833_spt_ai_chelseavliverpool_01.jpg[/img]






























































ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: soccersuck

 



 

 โดย :Red_Devills (สมาชิก) โพสเมื่อ [ วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม 2551 เวลา 04:39 น.]  



Vote เพิ่มคะแนนกระทู้นี้

[ เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Topic Bookmark | ส่งกระทู้นี้ต่อให้เพื่อน ]
นโยบายของเว็บไซต์ กรุณาอ่านก่อนใช้งานระบบใด ๆ
" ประกาศ "
ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช้คำหยาบ เพราะอาจมีเด็กประถมอ่านอยู่ด้วย ร่วมเป็นตัวอย่างที่ดีกันนะครับ ส่วนคนที่ชอบสาปแช่งให้ส่งข้อความลูกโซ่ รู้ไว้เลยว่าคุณผิดศีลข้อ4อยู่ แต่ผิดยกกำลังเท่าไรขึ้นอยู่กับมีคนอ่านเท่าไร
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 ร่วมตั้งกระทู้เว็บบอร์ด กับ TeeNee.com
ความเห็น :
เพศ : ชาย   หญิง   ไม่ระบุ
โดย :

 

  
 
ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด