เรือใบฟอร์มโหด!ยำใหญ่หงส์3-0

สนาม: ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม, อังกฤษ
 
เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปเสมอกับ สเปอร์ส ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน มาแบบโนสกอร์ 0-0 ในเกมนัดเปิดสนามพรีเมียร์ ลีก ซีซั่นใหม่ นัดนี้ได้กลับมาเปิดรังเจอกับ ลิเวอร์พูล ถือเป็นศึกหนักไม่น้อยทีเดียว
 
เจ้าบ้านปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นเล็กน้อยให้ โจลีออน เลสค็อตต์ ลงเล่นแบ็คซ้ายแทน อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ แบ็คซ้ายทีมชาติเซอร์เบีย ที่มีอาการบาดเจ็บข้อเท้ามาจากเกมนัดแรก ส่วน เยโรม บัวเต็ง กองหลังตัวใหม่เจ็บเข่า ยัง ต้องรอโอกาสประเดิมสนามต่อไป 
 
แนวรุกให้ คาร์ลอส เตเวซ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียวพร้อมกับอัดแดนกลางแน่นถึง 5 ราย มี เจมส์ มิลเนอร์ ดาวเตะตัวใหม่ลงประเดิมสนามในชุดของหงส์แดง เป็นเกมแรก โดยยืนทางกราบซ้าย อีกฟากเป็น อดัม จอห์นสัน พร้อมให้ แกเร็ธ แบร์รี่ คุมเกมตรงกลางสนามร่วมกับ ยาย่า ตูเร่ และ ไนเจล เดอ ยอง
 
ส่วน ลิเวอร์พูล ได้ เฟร์นานโด ตอร์เรส ศูนย์หน้าทีมชาติสเปน ชุดแชมป์โลก 2010 กลับมาล่าตาข่ายร่วมกับ ดาวิด เอ็นก๊อก รวมทั้งได้ ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ กลับมาฟิตลงยืนแบ็คซ้าย
 
ส่วนแดนกลางไม่มี โจ โคล ที่ติดโทษแบนเป็นเกมแรกจากทั้งหมด 3 นัด รวมไปถึง ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ กองกลางทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่มีข่าวพัวพันเกี่ยวกับการย้ายไปบาร์เซโลน่า แต่ได้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีมคุมเกม กลางสนามกับ ลูคัส เลว่า ด้าน คริสเตียน โพลเซ่น กองกลางตัวใหม่ชาวเดนส์ เป็นแค่สำรอง 
 
ออกสตาร์ทครึ่งแรกแค่ 6 นาที หงส์แดง ลุยเข้าหาก่อนเลย ดาวิด เอ็นก๊อก พาบอลขึ้นทางซ้ายก่อนตะบันด้วยขวาจากระยะ 25 หลา ทว่า โจ ฮาร์ท นายทวารจอมหนึบของเรือใบสีฟ้า เซฟไว้ได้ไม่ยากนัก
 
สามนาทีต่อมา โอกาสของแมนฯซิตี้ บ้าง เมื่อ อดัม จอห์นสัน ปีกตัวจี๊ดของซิตี้ เลี้ยงขึ้นมาทางด้านขวาก่อนหักเข้าในแล้วกดด้วยซ้ายจากระยะ 30 หบาบอลถากเสาขวามือของ โฆเซ่ เรน่า นายทวารทีมเยือนไป
 
อย่างไรก็ตาม เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำจนได้ในนาทีที่ 13 จากการประสานงานกันอันสวยงาม เริ่มจาก อดัม จอห์นสัน ได้บอลทางด้านขวาก่อนงัดเข้าช่องต่อไปถึง เจมส์ มิลเนอร์ ที่สอดเข้ามาในกรอบเขตโทษด้านขวา แล้วแตะ ย้อนมาตรงกลางให้ แกเร็ธ แบร์รี่ สอดขึ้นมาแปด้วยซ้ายเสียบมุมอย่างสวยงามให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำก่อน 1-0 ทำเอาแฟนบอลของเรือใบสีฟ้า เฮฮากันสนามแทบแตก และเป็นประตูแรกของทีมในพรีเมียร์ ลีก ซีซั่นนี้ด้วย 
 
ถัดมานาทีเดียว โอกาสของแมนฯซิตี้ อีกครั้ง คาร์ลอส เตเวซ พาบอลเข้าไปตะบันเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าหวาดเสียว
 
รูปเกมเป็นเจ้าบ้านที่คุมเกมอยู่หมด แต่ ลิเวอร์พูล ก็ได้ลุ้นเหมือนกันในจังหวะสวนกลับเมื่อ ดาวิด เอ็นก๊อก ลากตัดจากขวาเข้าในแล้วสับไก ทว่า โจ ฮาร์ท นายทวารซิตี้เซฟไว้ได้ตรงเสาแรก ในนาทีที่ 34
 
โอกาสของแมนฯซิตี้ ในสามนาทีต่อมา ยาย่า ตูเร่ กระชากขึ้นมาแล้วจ่ายให้ เตเวซ แตะย้อนให้ มิลเนอร์ เปิดออกขวาให้ อดัม จอห์นสัน ตัดเข้าในก่อนซัดเต็มแรงหลุดเสาแรกไป
 
ก่อนหมดครึ่งแรกแค่สามนาที มาร์ติน สเคอร์เทล กองหลังชาวสโลวัคของหงส์ไปอัดใส่ ยาย่า ตูเร่ ในจังหวะขึ้นโหม่งทำเอาต้องปฐมพยาบาลกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเล่นต่อไปได้
 
นาทีสุดท้ายของเกม หงส์แดง สวนขึ้นมา เฟร์นานโด ตอร์เรส ไหลจากซ้ายไปหน้ากรอบเขตโทษให้ เจอร์ราร์ด กดด้วยขวาจากระยะประมาณ 25 หลาหลุดออกเสาขวาไป หมดครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำก่อน 1-0
 
กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล แก้เกมมาดีขึ้นเป็นฝ่ายครองบอลโจมตี มิลาน โยวาโนวิช เปิดจากซ้ายเข้ามาหน้าประตู แต่ว่า โจ ฮาร์ท นายทวารของเรือใบสีฟ้า ออกมาตัดบอลได้แบบไม่ยากลำบากนักในนาทีที่ 51
 
อย่างไรก็ตาม เจ้าบ้านมาได้ประตูหนีห่างออกไปในนาทีต่อมา เมื่อ อดัม จอห์นสัน ซัดไปโดนผู้เล่นของหงส์แดง ออกหลัง ผู้ตัดสิน ฟิล ดาวด์ ชี้เป็นลูกเตะมุมทางด้านขวา ก่อนที่ เจมส์ มิลเนอร์ จะเปิดโค้งเข้ามาให้กับ ไมก้าห์ ริชาร์ดส์ เทคตัวได้สูงกว่าผู้เล่นของลิเวอร์พูล ก่อนโหม่งไปหน้าปากประตู คาร์ลอส เตเวซ ตวัดตามน้ำด้วยขวาแต่ไม่โดนบอลลอดขาของ โฆเซ่ เรน่า นายทวารหงส์ เข้าประตูไปให้แมนฯซิตี้ นำ 2-0 โดยผู้ตัดสินให้เครดิตประตูนี้เป็นของ คาร์ลอส เตเวซ
 
หงส์แดง อยู่ไม่ได้แล้วบุกเข้าใส่เป็นการใหญ่ น่าจะได้คืนในนาทีที่ 57 จากจังหวะที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตะบันด้วยขวาระยะ 25 หลา บอลไปชนเสากระดอนโดนหลัง โจ ฮาร์ท นายทวารของเจ้าบ้านออกมา ก่อนที่ เดิร์ค เค้าท์ พยายามยิงโดนบล็อคลูกมาทาง ดาวิด เอ็นก๊อก ยิงซ้ำด้วยขวาติดเซฟของ โจ ฮาร์ท ปัดออกมาได้อีก บอลมาทาง เฟร์นานโด ตอร์เรส กระหน่ำซ้ำด้วยขวา ทว่า โจ ฮาร์ท จอมหนึบเจ้าบ้านไวเหลือเกินตบบอลออกหลังไปได้อีกอย่างไม่น่าเชื่อ 
 
นาทีต่อมา ตอร์เรส พาบอลจากซ้ายหมายตัดเข้าใน แต่โดน ไมก้าห์ ริชาร์ดส์ กองหลังของซิตี้ แหย่ขาขวางเอาไว้ ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองกับ ริชาร์ดส์ ทันทีที่ฟาวล์ตัดเกมในจังหวะนี้
 
กระนั้นก็ดีกลายเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาหนีห่าง 3-0 ในนาทีที่ 67 จากจังหวะที่ อดัม จอห์นสัน ปีกตัวจี๊ดของเจ้าบ้านกระชากบอลขึ้นทางขวาล็อคหลบกองหลังหงส์แดงเข้าไปในเขตโทษ แม้จะเสียหลักเล็กน้อย แต่ยังสปีดเข้า ไปถึงบอลทว่าโดน มาร์ติน สเคอร์เทล กองหลังทีมเยือนตามมาสอยร่วงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที ก่อนที่ คาร์ลอส เตเวซ รับอาสายิงด้วยขวาเล่นทางเข้าไปเสียบมุมช่วยให้เรือใบสีฟ้า แล่นฉิวนำ 3-0 และเป็นประตูที่สองของ เตเวซ ในเกมนี้แล้ว โดยหลังทำประตูได้ เตเวซ วิ่งไปด้านข้างสนามพร้อมฉลองการทำประตูด้วยการหยิบสนับแข้งข้างขวาของตัวเองออกมาจุมพิตด้วย 
 
กระเถิบมาถึงนาทีที่ 72 หงส์แดง น่าได้ประตูตีไข่แตก เมื่อ ตอร์เรส เอาบอลลงแล้วพลิกหนีกองหลังซิตี้ ก่อนยิงด้วยซ้ายถากเสาสองไปนิดเดียว
 
ช่วงที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังถล่ม ลิเวอร์พูล ไปกระจุย 3-0 เก็บสามแต้มสำคัญมีเพิ่มเป็น 4 คะแนนจากสองนัด เขยิบขึ้นมารั้งอันดับ 4 ของตารางคะแนนแล้ว พร้อมยัดเยียดความปราชัย เกมแรกให้กับลิเวอร์พูล ส่วน หงส์แดง แพ้ยับเกมนี้ตกไปอยู่อันดับ 17 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ ลีก แล้ว 
 
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
 
แมนเชสเตอร์ ซิตี้: โจ ฮาร์ท - ไมก้าห์ ริชาร์ดส์, โคโล่ ตูเร่, แว็งซ็องต์ กอมปานี, โจลีออน เลสค็อตต์ - อดัม จอห์นสัน, ยาย่า ตูเร่, ไนเจล เดอ ยอง, แกเร็ธ แบร์รี่, เจมส์ มิลเนอร์ - คาร์ลอส เตเวซ (กัปตันทีม)
สำรอง: เชย์ กิฟเว่น (ผู้รักษาประตู) - ปาโบล ซาบาเลต้า, ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์, ดาบิด ซิลบา, ปาทริค วิเอร่า, โช
 
ลิเวอร์พูล: โฆเซ่ เรน่า - เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เจมี่ คาร์ราเกอร์, ดาเนียล แอ็กเกอร์ - เดิร์ค เค้าท์, สตีเว่น เจอร์ราร์ด (กัปตันทีม), ลูคัส เลว่า, มิลาน โยวาโนวิช - เฟร์นานโด ตอร์เรส, ดาวิด เอ็นก๊อก
สำรอง: แบร๊ด โจนส์ (ผู้รักษาประตู) - ฟาบิโอ ออเรลิโอ, ดาเนี่ยล ปาเชโก้, โซติริออส คีร์เจียกอส, มักซี่ โรดริเกซ, ไรอัน บาเบิ้ล, คริสเตียน โพลเซ่น
 
ผู้ตัดสิน: ฟิล ดาวด์

ขอบคุhtml
ณ : http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/100824_018.

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์